สัมผัสสิ่งใดได้อย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์หยุดฝีเท้าแล้วถาม
“ที่นี่มีกลิ่นอายของศิลาวิญญาณอยู่” เจ้าวิญญาณน้อยพูด
“ศิลาวิญญาณ เป็นมณีเหมือนกันกับเจ้าหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามกลับ
“ของสิ่งนั้นจะมาเปรียบกับข้าได้อย่างไรเล่า ข้าเป็นมณีวิญญาณทิพย์ ทั่วฟ้าดินมีแค่ข้าเพียงก้อนเดียวเท่านั้น ข้าหลอมเป็นมณีวิญญาณ แบกรับฟ้าดินได้ เศษขยะเหล่านั้นอย่างมากที่สุดก็ทำได้เพียงแค่นำมาหล่อเลี้ยงวิญญาณเท่านั้น ไม่อาจนำมาหล่อเลี้ยงชีวิตได้เสียหน่อย” เจ้าวิญญาณน้อยพูดอย่างลำพองตน
“เช่นนั้นแล้วเจ้าจะตื่นเต้นไปทำไมกัน”
“เจ้าช่างโง่นัก! ในเมื่อนี่เป็นค่ายกลลวง แต่เจ้าดวงตาค่ายกลย่อมต้องทำมาจากสิ่งที่มีผลต่อวิญญาณ เช่นนี้จึงจะทำให้ค่ายกลใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ” เจ้าวิญญาณน้อยพูด
“พูดเช่นนี้ก็หมายความว่ามีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าศิลาวิญญาณนั้นจะเป็นที่อยู่ของดวงตาค่ายกล?” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างตื่นเต้นอยู่บ้าง
“เฮอะ ยังดีที่มิได้โง่มากนัก” เจ้าวิญญาณน้อยพูด
“เช่นนั้นเจ้าสัมผัสถึงกลิ่นอายของมันได้ แล้วสัมผัสถึงตำแหน่งที่มันอยู่ได้หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ถ้าหากอยู่ภายนอกค่ายกล ข้าก็ยังหามาได้อยู่หรอก แต่ว่าตอนนี้เราอยู่ภายในค่ายกล ข้าจึงสัมผัสได้เพียงว่ามันอยู่บริเวณใกล้ๆภายในบริเวณรัศมีห้าสิบเมตร เจ้าไปหาเอาเองก็แล้วกันนะ”
เจ้าวิญญาณน้อยพูดจบก็เงียบไปทันทีซือหม่าโยวเย่ว์ลองมองดู กอไผ่ที่นี่ก็มิได้ห