ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูสถานที่ที่ตนอยู่ ซึ่งเป็นป่าไผ่เขียวขจี กิ่งไผ่ทุกกิ่งดูคล้ายกับเปล่งประกายสีเขียวจางๆ บนพื้นดินมีใบไม้ร่วงกองอยู่อย่างหนาทึบชั้นหนึ่ง
เธอมาถึงตรงหน้าต้นไผ่ต้นหนึ่งแล้วยื่นมือไปสัมผัส ก็รู้สึกว่าปลายนิ้วเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง คล้ายกับว่าสิ่งที่สัมผัสถูกนั้นคือก้อนน้ำแข็งใหญ่ก้อนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น
“เย็นจังเลย!” เธอรู้สึกว่านิ้วมือของเธอคล้ายกับถูกแช่แข็งจนแทบจะไร้ความรู้สึกอยู่แล้ว จึงรีบชักมือกลับมา
เธอเดินไปมารอบหนึ่งแล้วก็ค้นพบว่าป่าแห่งนี้ใหญ่โตเหลือคณา เธอเดินมาครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังเดินวนอยู่ภายในป่าไผ่อยู่เลย
“นี่มันสถานที่ผีบ้าอะไรกันแน่ มิได้บอกว่านี่คือภาพลวงตาหรืออย่างไร ทำไมจึงรู้สึกว่าใบไม้ก้อนหินเหล่านี้ช่างสมจริงเสียเหลือเกิน” เธอหย่อนก้นลงนั่งบนก้อนหินก้อนหนึ่งแล้วนวดทุบท่อนขาที่อ่อนล้าของตน “ร่างกายนี่ก็ช่างอ่อนแอเหลือเกิน เพิ่งจะเดินมาเพียงแค่ครู่เดียวก็เหนื่อยล้าถึงขนาดนี้แล้ว ห่างชั้นกับชาติก่อนไกลโขเลย ถ้าหากหลังจากนี้ต่อตีกับผู้อื่นขึ้นมาก็คงจะเสียเปรียบมากทีเดียว! ดูท่าหลังจากนี้ไปคงต้องออกกำลังสักหน่อยแล้ว”
พักผ่อนครู่หนึ่งแล้วเธอก็เดินเตร่ในป่าต่อไป ไม่ต้องพูดถึงไข่สัตว์อสูรเลย แม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตสักตัวหนึ่งเธอก็ยังไม่พบเจอเลยเสียด้วยซ้ำ
“โอ๊ย… นี่มันสถานที่ผีบ้าอะไรกันแน่! มิได้บอกว่าถ้าหาไข่สัตว์อสูรพบจึงจะออกไปได้หรอกหรือ ที่นี่ไม