่มีไข่แม้แต่ฟองเดียวเลยด้วยซ้ำ แล้วจะให้ฉันหายังไงล่ะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์เตะกองใบไผ่ที่นูนขึ้นมาตรงหน้าทีหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าจะเตะเอาสิ่งที่อยู่ใต้กองใบไม้กลิ้งหลุนๆ ออกมาสองตลบ
“กะโหลกศีรษะหรือ!” เมื่อมองเห็นของที่ลอยมาตรงหน้า ซือหม่าโยวเย่ว์ก็หนาวยะเยือกไปทั้งตัว ในขณะนี้เองเธอจึงค้นพบว่าบริเวณที่ตนยืนอยู่นั้นมีชิ้นส่วนกะบังลมอยู่ด้วย
เธอก้มหน้าลงมอง เพราะเพิ่งจะออกแรงไป ใบไผ่ที่อยู่ใต้เท้าจึงถูกเตะเปิดออกไปไม่น้อย นอกจากกะโหลกศีรษะที่เพิ่งถูกเตะออกไปแล้ว ใต้ฝ่าเท้าของเธอยังมีชิ้นส่วนอื่นๆ ของร่างกายอยู่อีกไม่น้อย
เธอถอยหลังไปสองก้าว ลงมาจากบนกองกระดูก แล้วแหวกกองใบไม้ออกจนหมด จึงเห็นภาพรวมทั้งหมดของโครงกระดูกได้อย่างชัดเจน
“บนกระดูกไม่มีรอยแผลเป็นอยู่เลย ดูท่าทางตอนที่คนคนนี้ตายจะไม่ได้เผชิญอันตรายจากภายนอกแต่อย่างใด” เธอตรวจดูอย่างละเอียดรอบหนึ่ง เมื่อคิดถึงว่าเมื่อครู่ตนเองเพิ่งจะเดินวนในป่าไปได้ครึ่งรอบ จึงเอ่ยพึมพำว่า “หรือว่าคนคนนี้จะหิวตาย หรือว่าขาดน้ำจนตายกันล่ะ”
“เจ้านาย นี่คือค่ายกลอันหนึ่ง” เสียงของเจ้าวิญญาณน้อยดังขึ้น
“ค่ายกลหรือ ก่อนหน้านี้คล้ายจะได้ยินว่าภายในนี้คือค่ายกลที่ทำให้คนเห็นว่าไข่สัตว์อสูรที่มีอยู่เหมือนกันทั้งหมด” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เจ้าบอกว่านั่นคือค่ายกลลวงตา ทว่าค่ายกลนี้ไม่ใช่ค่ายกลลวงตา หากแต่เป็น…ค่ายกลลวงต่างหากเล่า” เจ้าวิญญาณน้อยพูด
“ค่ายกลลวงหรื