่อนที่เปลวเพลิงจะถูกเผาไหม้จนมอดดับ เธอก็เดินไปจนสุดทางแล้ว มาถึงภายในห้องศิลาที่อยู่ด้านในสุด
เธอหาไข่มุกกระจ่างราตรีเม็ดหนึ่งเจอภายในแหวนที่บิดามอบให้ หลังจากที่หยิบไข่มุกกระจ่างราตรีมาไว้ในมือแล้ว ห้องศิลาก็สว่างไสวขึ้นมาไม่น้อย
ตอนที่เธอเข้ามาอาศัยคลำทางเข้าจากกำแพง ไข่มุกกระจ่างราตรีทำให้ผนังศิลาข้างๆ เธอสว่างไสวขึ้นมา เธอจึงได้รู้ว่าผนังศิลานี้ล้วนเป็นสีแดงทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างระยะหนึ่ง เธอก็ยังรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากบนกำแพงศิลา
“นี่มันสถานที่อันใดกัน ช่างมีปราณวิญญาณเพลิงเข้มข้นเหลือเกิน ถ้าหากบำเพ็ญอยู่ที่นี่ไม่รู้ว่าระดับขั้นจะเพิ่มพูนไปได้มากเท่าใด” ซือหม่าโยวเย่ว์หลับตาลงสูดกลิ่นครั้งหนึ่งแล้วก็รู้สึกว่ารอบกายทั้งหมดล้วนเต็มไปด้วยจุดแสงสีแดง คล้ายกับว่าจะห่อหุ้มเธอเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น
“เข้มข้นยิ่งกว่าข้างในของข้าเสียอีก!” มณีวิญญาณพูด “เจ้านาย ตอนนี้เจ้าอย่าเพิ่งรีบร้อนออกไปเลย อยู่ฝึกยุทธ์ที่นี่ระยะหนึ่งก่อน จะต้องก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในเวลาสั้นๆ อย่างแน่นอน!”
“ขอข้าดูรอบห้องศิลาให้ทั่วก่อนค่อยเริ่มก็แล้วกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์เองก็ตื่นเต้นอยู่พอสมควร รอให้เธอฝึกยุทธ์ออกไปก่อน ไม่แน่ว่าอาจจะกลายเป็นยอดฝีมือก็เป็นได้!
เธอเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้จุดศูนย์กลางของห้องศิลา ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่ประตูทางเข้าห้องศิลาก็เห็นแล้วว่าตรงกลางมีเงาเลือนรางอยู่ เพ