เธอหมุนตัวกลับมาท่ามกลางความตื่นตะลึง ก็เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความชิงชังของเหอชิวจือ รวมทั้งใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“เจ้า…” ยังไม่ทันพูดได้ครบประโยค เธอก็หายลับไปในค่ายกลนำส่งเสียแล้ว
บรรดาอาจารย์ที่กำลังมองดูนักเรียนแก่งแย่งช่วงชิงกันอยู่ตรงประตูต่างตาพร่าเพราะลำแสงสีแดง จากนั้นตะโกนเสียงดังลั่นอย่างตื่นตกใจขึ้นมาในทันใด “ใครกันที่เข้าไปในค่ายกลนำส่งอันที่สี่เมื่อครู่นี้”
ภายในถ้ำมีนักเรียนเหลืออยู่เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ทุกคนต่างก็มองหน้ากันไปมา ไม่รู้ว่าบรรดาอาจารย์เป็นอะไรกันไปเสียแล้ว
“อาจารย์ขอรับ ดู… ดูเหมือนว่าจะเป็นซือหม่าโยวเย่ว์ นักเรียนห้องเรียนที่หนึ่งขอรับ” มีคนพูดขึ้น
“ซือหม่าโยวเย่ว์หรือ ข้ารู้แล้ว พวกเจ้าจัดการกันต่อเถิด” อาจารย์ท่านนั้นพูด
ในเมื่อเป็นคนไร้ค่าผู้นั้นก็ไม่มีอะไรน่ากังวลใจเลย
เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นเมื่อครู่นี้ บรรดานักเรียนจึงเงียบสงบลงมาในทันใดแล้วขึ้นไปบนค่ายกลนำส่งกันอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นก็หายลับไปในถ้ำภูเขา
ก่อนหน้านี้เฟิงจือสิงอยู่นอกถ้ำมาโดยตลอด แต่เมื่อเห็นลำแสงสีแดงที่วาบผ่านมาจากด้านในก็รู้ว่านั่นคือประกายจากค่ายกลนำส่งอันที่สี่ ในใจเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีอย่างหนึ่งขึ้นมาในทันใด
เขามาตรงปากถ้ำแล้วถามว่า “ผู้ที่เข้าไปในค่ายกลนำส่งอันที่สี่เมื่อครู่นี้คือใครกันหรือ”
“เป็นซือหม่าโยวเย่ว์ นักเรียนในชั้นเรียนของเจ้าอย่