ใหญ่พูด
“เช่นนั้นก็ไม่มีวิธีอื่นที่จะเข้าไปได้แล้วหรือ” สองมือของเฟิงจือสิงยันไว้กับโต๊ะพลางถามอย่างร้อนรน
ท่านอาจารย์ใหญ่ส่ายหน้าอย่างจนใจ เฟิงจือสิงทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ในทันใด
ท่านอาจารย์ใหญ่มองเฟิงจือสิงอย่างสงสัยปราดหนึ่ง เจ้าคนผู้นี้เคยแสดงท่าทีกระสับกระส่ายร้อนรนเช่นนี้เสียที่ไหนกัน เจ้าเด็กคนนี้ในความคิดของเขานั้นเป็นคนเลือดเย็นไร้อารมณ์มาโดยตลอด
“ข้าจะไปรออยู่ที่นั่นก็แล้วกัน” เฟิงจือสิงเก็บสีหน้าอาการแล้วลุกขึ้นเดินออกไป
ตอนที่มาถึงภูเขาด้านหลังมีนักเรียนออกมาแล้ว พร้อมกับอุ้มไข่สัตว์อสูรขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างเอาไว้ในมือ
เขามองดูค่ายกลนำส่งอันที่สี่ปราดหนึ่งอย่างกังวลใจ โยวโยว เจ้าต้องออกมาอย่างปลอดภัยนะ…
หลังจากที่ซือหม่าโยวเย่ว์หายตัวไปจากค่ายกลนำส่งแล้วก็รู้สึกวิงเวียนตาพร่า ยังไม่ทันจะได้คิดใคร่ครวญอะไร ตัวก็ร่วงหล่นลงบนพื้นอันนุ่มนิ่มแล้ว
“ไอ้หยา! ปู่เจ้าสิ!” เธอปีนป่ายขึ้นมาจากพื้น ยังดีที่ตรงนี้มีใบไม้กองหนารองรับอยู่ ไม่อย่างนั้นเธอคงตกลงไปเละเป็นโจ๊กแน่
“ชั่วช้ากล้าวางกับดักข้า อย่าให้ข้าออกไปนะ จะไปตามจองล้างจองผลาญเจ้า!”
เธอปัดเศษไม้ใบหญ้าที่ติดอยู่ตามร่างกายตัวเองแล้วเริ่มประเมินสถานการณ์รอบๆ ไม่ได้บอกว่าจะส่งตัวไปที่ห้องไข่สัตว์อสูรหรอกหรือ แล้วเหตุใดจึงส่งตัวเธอเข้ามาในป่าแห่งหนึ่งได้เล่า
………………