“เย่ว์เย่ว์น้อย ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว” หลิงหลงเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ลืมตาจึงเอ่ยขึ้นอย่างยินดี
ซือหม่าโยวเย่ว์ยกมือขึ้นเช็ดรอยน้ำตาที่หางตาแล้วก้มหน้าลงมองเจ้าเด็กน้อยข้างกาย ก่อนจะพูดอย่างสงสัยว่า “หลิงหลงหรือ”
“ฮ่า เย่ว์เย่ว์น้อยจำข้าได้แล้ว” หลิงหลงพูดพลางปรบมือ
“เหตุใดเจ้าจึงกลายเป็นเจ้าเด็กน้อยได้เล่า อีกทั้งยังตัวเล็กถึงเพียงนี้อีกด้วย” ซือหม่าโยวเย่ว์ลุกขึ้นนั่งแล้วโอบอุ้มหลิงหลงเอาไว้ในฝ่ามือ จึงค้นพบว่านางมีขนาดตัวราวๆ สองกำปั้นเท่านั้นเอง
“ผู้อื่นเขาเป็นวิญญาณครวญอย่างไรเล่า ก็เหมือนกับเจ้าวิญญาณน้อยนั่นแหละ แน่นอนว่าก็ต้องแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้อยู่แล้ว” หลิงหลงพูดพลางยิ้มอย่างมีความสุข “แต่ข้าเก่งกาจกว่าเจ้านั่นนะ! ข้าแปลงร่างเป็นสิ่งต่างๆ ได้จริงๆ แต่เขาทำมิได้ ทำได้แค่เพียงอาศัยอยู่ภายในมณีวิญญาณเท่านั้นเอง ดังนั้นหากดูจากตรงนี้ ข้าต่างหากเล่าที่เป็นสุดยอดอาวุธเทพ”
“เอาล่ะ เจ้าต่างก็เก่งกาจกันทั้งคู่นั่นแหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นเจ้าวิญญาณน้อยโมโหจนควันออกหูแล้วจึงรีบเอ่ยปลอบ
“ใช่แล้ว เย่ว์เย่ว์น้อย เมื่อครู่เจ้าฝันถึงอะไรหรือ พวกเราสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดใจของเจ้า ทำเอาข้าเจ็บปวดใจไปด้วยเลย” หลิงหลงถาม
“ไม่มีอะไรหรอก แค่ความทรงจำบางอย่างในอดีตเท่านั้นเอง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “บางทีอาจเป็นเพราะตอนนี้ฝึกยุทธ์ได้แล้ว ดังนั้นความทรงจำก็เลยค่อยๆ ฟื้นฟูกระมัง”
ทุกคนมองออกว่าซือห