ม่าโยวเย่ว์ไม่อยากพูดถึง จึงไม่ถามอะไรอีก
ซือหม่าโยวเย่ว์ลุกขึ้นยืน เห็นว่าตนเองยังอยู่ตรงที่เดิมที่หมดสติไป มุมปากของเธอบูดบึ้งแล้วเอ่ยว่า “พวกเจ้าจะไม่ให้ข้าเอนนอนบนเตียงสักหน่อยเลยหรือ เช่นนั้นอย่างน้อยก็ยังสบายหน่อย”
“ขี้เกียจจับย้ายน่ะ” เจ้าวิญญาณน้อยพูดอย่างตรงไปตรงมา จากนั้นร่างกายกะพริบวาบแล้วหายตัวไป
“ข้าขี้เกียจจะเถียงกับเจ้าแล้วเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงโมโหตายแน่” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่มองเจ้าวิญญาณน้อยแล้วมองหลิงหลงที่อยู่ในมือพลางถามว่า “ตอนนี้เจ้าแปลงกายเป็นอาวุธใดได้บ้างหรือ”
“ข้าเองก็ไม่รู้เลย” หลิงหลงพูดพลางส่ายหน้า
“เช่นนั้นพวกเราก็มาทดสอบกันหน่อยดีกว่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ได้สิ” พูดจบแล้วหลิงหลงจึงแปลงร่างกลายเป็นกริชแล้วพูดว่า “เจ้านาย เริ่มกันเถิด”
ซือหม่าโยวเย่ว์นึกถึงอาวุธหลายอย่างขึ้นมาในหัว แต่นอกจากกระบี่ในครั้งแรกแล้ว ก็ไม่ประสบความสำเร็จกับอาวุธอื่นๆ อีกเลย
ผ่านไปครู่หนึ่งซือหม่าโยวเย่ว์ก็มองดูหม้อตรงหน้าอย่างจนใจ แล้วเลือกที่จะปล่อยวางแทน
เจ้าวิญญาณน้อยที่หายตัวไปพักหนึ่งกลับมา เมื่อมองเห็นหม้อในมือของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วก็กุมท้องหัวเราะเสียงดังลั่น “ฮ่าๆๆ นี่เจ้าเป็นอาวุธเทพอันใดกัน เจ้าคิดจะแปลงร่างเป็นหม้อให้พวกเราทำอาหารกินกันอย่างนั้นหรือ”
“คราวนี้มันเหนือความคาดหมายหรอกน่า” หลิงหลงพูดจบแล้วปล่อยมือซือหม่าโยวเย่ว์มาอยู่ตรงที่ว่าง ก่อนจะหมุนตัวอย่างรวดเร