ทุกคนในที่นั้นพากันตกตะลึงไปเสียแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์ผู้นี้วิ่งไปถึงด้านหลังของเมิ่งถิงเสียได้นอกจากนี้ยังโอบแขนขวารอบไหล่ของนางแล้วใช้กริชที่ดูเหมือนจะถูกสนิมขึ้นจนผุกร่อนเล่มนั้นจ่อเอาไว้ที่ด้านซ้ายของลำคอนางอีกด้วย
“เจ้าวิ่งมาถึงด้านหลังข้าได้อย่างไรกัน!” เมิ่งถิงพูดอย่างประหลาดใจ
“ก็วิ่งมาทั้งอย่างนี้นี่แหละ!” ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วเอามือตบบนร่างของนางเบาๆ สองครั้ง ก่อนจะเอ่ยว่า “ถึงแม้ว่ากริชเล่มนี้จะมีสนิมอยู่บ้าง อีกทั้งยังทื่อเสียด้วย แต่ว่าเพียงแค่ข้าออกแรงสักหน่อย การตัดคอเจ้าก็เป็นเรื่องที่ทำได้อยู่แล้ว ต่อให้ตัดคอของเจ้าไม่ได้ แต่กรีดแผลเป็นบนหน้าเจ้าสักรอยหนึ่งก็น่าจะได้อยู่นะ!”
พูดจบแล้วเธอยังวาดกริชไปมาตรงหน้าเมิ่งถิงสองครั้งด้วย
เมิ่งถิงรู้สึกว่ากริชวนเวียนไปมาอยู่บนใบหน้าตนก็ตกใจกลัวจนกรีดร้องขึ้นมา
“ว้าย… อย่ากรีดหน้าข้าเลยนะ! ข้ายอมแพ้แล้ว!”
เมื่อได้ยินว่าเมิ่งถิงยอมแพ้ ผู้คนบนอัฒจันทร์ต่างพากันระเบิดเสียงอย่างไม่อยากจะเชื่อออกมา
“คุณหนูเมิ่งพ่ายแพ้แก่คนไร้ค่าคนหนึ่ง!”
“เจ้าคนไร้ค่าผู้นั้นวิ่งไปยังด้านหลังของคุณหนูเมิ่งได้อย่างไรกัน”
“มิใช่ว่าเขาเพียงแค่ฉวยโอกาสเท่านั้นหรอกหรือ ถ้าหากต่อสู้กับคุณหนูเมิ่งขึ้นมาจริงๆ ก็ต้องเอาชนะนางไม่ได้อย่างแน่นอนอยู่แล้ว”
“แต่ก็เอาชนะได้แล้วอยู่ดี”