พวกท่านให้ครอบครัวและความอบอุ่นใกล้ชิดกับข้า ข้าเองก็อยากจะปกป้องพวกท่านเช่นเดียวกัน ข้าอยากจะแข็งแกร่ง หากเป็นเช่นนั้นก็จะปกป้องคนที่ข้าอยากปกป้องได้ แต่ถ้าหากหวั่นกลัวแม้กระทั่งการท้าประลองแค่นี้ ใจข้าเองก็คงจะยอมแพ้แก่ตัวเองแล้ว คนที่ใจขี้ขลาดคนหนึ่งจะทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นมาได้อย่างไรกันเล่า”
“เจ้า… เฮ้อ… เจ้าโตแล้วจริงๆ นั่นแหละ” ซือหม่าโยวเล่อตบบ่าซือหม่าโยวเย่ว์ เขาพูดไม่ถูกว่าเมื่อได้ฟังคำพูดนี้ ที่แท้แล้วในใจเกิดความรู้สึกเช่นไรขึ้นกันแน่
ควรจะรู้สึกตื่นเต้นยินดีไปกับการเติบโตของนาง หรือว่าจะรู้สึกเศร้าเสียใจเพราะเธอกำลังจะออกไปจากการปกป้องของพวกเขาแล้วดี
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกได้ถึงความรู้สึกอันซับซ้อนในใจของเขา จึงดึงแขนของเขามาแล้วพิงศีรษะวางลงบนไหล่ของเขาพลางเอ่ยว่า “ไม่ว่าข้าจะเป็นเช่นไร ข้าเป็น ‘น้องชาย’ ของพวกท่าน ส่วนพวกท่านเป็นพี่ชายของข้าอยู่ดี พวกเราจะเป็นคนครอบครัวเดียวกันไปตลอดกาล!”
ซือหม่าโยวเล่อตบศีรษะซือหม่าโยวเย่ว์เบาๆ แล้วพูดว่า “อืม พวกเราจะอยู่ด้วยกันไปตลอดกาล”
“ไอ้หยา ข้าว่าพวกเจ้าไม่ต้องทำตัวเลี่ยนกันถึงเพียงนี้จะได้หรือไม่!” เจ้าอ้วนชวีลูบแขนของตัวเอง คล้ายกับรู้สึกขนลุกขนพอง
เมื่อครู่เขากับเว่ยจือฉียังรู้สึกซาบซึ้งกับคำพูดเหล่านั้นของซือหม่าโยวเย่ว์อยู่เลย แต่พอหันมาแล้วเห็นคนสองคนคลอเคลียอยู่ด้วยกัน ก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาในทันที