ยู่กลางเวทีประลองมองเห็นซือหม่าโยวเย่ว์แล้วก็โบกมือคราหนึ่ง ทั้งสนามพลันเงียบสงบลงในทันใด
“ให้พวกเรารอคอยกันเนิ่นนานถึงเพียงนี้ ข้ายังคิดว่าเจ้ามิกล้ามาแล้วเสียอีก!” เมิ่งถิงมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างหยามหยัน
“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ยากนักที่จะมีโอกาสทำให้ภายหน้าภายหลังเจ้าไม่มายุ่งวุ่นวายกับข้าอีกต่อไป ข้าจะไม่คว้าโอกาสอันดีเช่นนี้เอาไว้ได้อย่างไรเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูอัฒจันทร์ผู้ชมโดยรอบ มีผู้คนมากันมากมายเหลือเกิน!
ดูท่าทางจะมีคนอยากชมดูเรื่องตลกของเธอไม่น้อยเลยทีเดียว
“ในเมื่อมาแล้วก็อย่ามัวเปลืองน้ำลายอยู่อีกเลย รีบบุกเข้ามาเสียสิ!” เมิ่งถิงเอ่ยอย่างหมดความอดทน
มัวสิ้นเปลืองเวลาอยู่กับคนไร้ค่าพรรค์นี้มากมายถึงเพียงนี้ นางก็แทบจะทนรับไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
“ข้าไปรอเจ้าบนอัฒจันทร์นะ” เว่ยจือฉีพูด
“ไม่ต้องหรอก ข้าจะทำให้มันจบโดยเร็ว เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่สักประเดี๋ยวเดียวก็พอแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ก็ได้” เว่ยจือฉีพยักหน้าแล้วยืนอยู่ที่ด้านล่างเวทีประลองพลางมองดูเธอเดินขึ้นหน้าไปก้าวแล้วก้าวเล่า
เมิ่งถิงมองซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้ามาแล้วก็เอ่ยอย่างดูแคลนว่า “ถ้าหากข้าเป็นเจ้าละก็ คงจะยอมแพ้ไปเพื่อรักษาหน้าตาวงศ์ตระกูลแล้วละ”
“เพราะอะไรหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“เพราะถ้าหากเจ้าไม่ยอมแพ้ ข้าก็จะโจมตีจนเจ้าพ่ายแพ้ พอถึงเวลานั้นคุณชายแห่งจวนแม่ทัพถูกผู้อื่นโจมตีเสียจนน่าอนาถ เช่นนั้นทั่วทั้ง