จวนแม่ทัพคงจะกลายเป็นที่ขบขันของชาวบ้านไปทั่ว” เมิ่งถิงพูด
“เจ้ามั่นใจถึงเพียงนั้นเชียวหรือว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้น่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มแล้วถามขึ้น
เมิ่งถิงยืดอกแล้วเชิดคางขึ้นก่อนจะเอ่ยอย่างมั่นใจในตนเองว่า “แน่นอนอยู่แล้ว!”
“โยวเย่ว์!”
ขณะนี้เอง ซือหม่าโยวเล่อและเจ้าอ้วนชวีก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ที่อยู่บนเวทีประลอง ซือหม่าโยวเล่อก็ตกใจเสียจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
“โยวเย้ว์ เจ้าขึ้นไปได้อย่างไรกัน ลงมาหาข้าเร็วเข้า!” ซือหม่าโยวเล่อตะโกนเสียงดังไปทางซือหม่าโยวเย่ว์
“โยวเย่ว์ เจ้าลงมาเร็วเข้าเถิด เฮือกๆ…” เจ้าอ้วนชวีพูดพลางหอบหายใจเฮือกใหญ่
“ท่านพี่สี่ ท่านมาได้อย่างไรกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูคนทั้งสองที่วิ่งเสียจนกระหืดกระหอบแล้วก็คาดเดาได้ว่าเจ้าอ้วนชวีจะต้องไปพาตัวเขามาเป็นแน่
ก่อนหน้านี้ตอนออกมาแล้วไม่เห็นเจ้าอ้วนชวี ก็ยังคิดว่าเขาคงจะอยู่ในห้องของตัวเอง คิดไม่ถึงว่าเขาจะไปเรียกกำลังเสริมมา
มิตรภาพนี้ เธอจดจำเอาไว้ในใจแล้ว!
เมื่อเห็นสายตาเป็นกังวลของคนทั้งสอง เธอแย้มยิ้มแล้วพูดว่า “ท่านพี่สี่ ตอนนี้ข้าขึ้นมาบนเวทีประลองแล้ว ยังไม่มีผลแพ้ชนะก็ลงไปไม่ได้หรอก นอกเสียจากว่าข้าจะยอมแพ้ มิฉะนั้นก็ลงไปก่อนไม่ได้หรอกนะ”
ระหว่างทางมาที่นี่เมื่อครู่ นางก็ได้ฟังเว่ยจือฉีบอกกฎกติกามาเรียบร้อยแล้ว
“เช่นนั้น…” ซือหม่าโยวเล่อคิดจะให้ซือหม่าโยวเย่ว์ยอมแพ้ไปเสียเลย