เช่นนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องถูกผู้อื่นทุบตี
“ท่านพี่สี่!” ซือหม่าโยวเย่ว์รู้ว่าซือหม่าโยวเล่อจะพูดอะไร จึงเอ่ยเสียงดังว่า “ต่อให้เป็นเพราะชื่อเสียงของจวนซือหม่า ข้าก็มิอาจหลบหนีโดยไม่ต่อสู้ได้หรอกนะ! นอกจากนี้… ข้าไม่มีทางทำให้จวนซือหม่าต้องอับอายเพราะข้าอีกแล้ว”
คำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ทำให้ผู้คนในที่นั้นตกตะลึงไปเสียแล้ว ไม่มีทางทำให้จวนซือหม่าต้องอับอายเพราะนางอีกแล้ว คนที่เอ่ยวาจาเช่นนี้คือซือหม่าโยวเย่ว์จริงๆ น่ะหรือ!
“โยวเย่ว์…” ซือหม่าโยวเล่อมองดูรอยยิ้มบนใบหน้าของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วก็พึมพำเรียกชื่อเธอ
ตอนนี้ “น้องห้า” ของเขา เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
“ท่านวางใจเถิด ข้าไม่เป็นอะไรหรอก!” ซือหม่าโยวเย่ว์ทำสัญลักษณ์สู้ตายให้ซือหม่าโยวเล่อ จากนั้นก็มองเมิ่งถิงพลางพูดว่า “พวกเราเริ่มต้นกันเสียทีเถิด”
เมิ่งถิงมองดูผู้คนด้านล่างปราดหนึ่งแล้วพูดกับซือหม่าโยวเย่ว์ว่า “ในเมื่อเจ้าฝึกยุทธ์ไม่ได้ ข้าก็จะต่อให้เจ้า อนุญาตให้ใช้อาวุธได้ ตอนนี้ก็หยิบอาวุธของเจ้าออกมาเสียสิ!”
เจ้าคำรามน้อยอยู่ในอ้อมแขนของเว่ยจือฉี เมื่อได้ยินซือหม่าโยวเย่ว์พูดว่าเริ่มต้นก็ดิ้นพล่านอย่างตื่นเต้น แต่หลังจากได้ยินเมิ่งถิงพูดว่าหยิบอาวุธออกมาแล้วก็สลดลงไปในทันใด ทั้งยังใช้อุ้งเท้าน้อยๆ สองข้างปิดตาตัวเองเอาไว้อีกด้วย
เว่ยจือฉีสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของเจ้าคำรามน้อย ไม่รู้ว่าเมื่อครู่มันเพิ่งจะตื่นเต้นอยู่แท้ๆ