แต่เหตุใดตอนนี้จึงเป็นเช่นนี้ไปเสียได้ แต่ว่าเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเขาก็เข้าใจแล้ว
เพราะว่าซือหม่าโยวเย่ว์หยิบเอากริชที่เหน็บไว้ที่เอวออกมา ฝักหุ้มด้านนอกของกริชนั้นแสนจะเรียบง่าย คล้ายกับว่าเพียงแค่หยิบเอาเศษผ้าชิ้นหนึ่งมาพันเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น และในตอนที่เธอชักกริชออกมาจากฝัก ทั่วทั้งสนามก็มีเสียงหัวเราะดังระเบิดขึ้นมา
“ฮ่าๆๆ จวนแม่ทัพไม่มีอาวุธแล้วหรือไร หรือจะบอกว่าไม่มีแม้แต่เงินจะไปซื้ออาวุธสักเล่มหนึ่งเลยเชียวหรือ ถึงได้หยิบเอากริชสนิมเขรอะเล่มหนึ่งมาต่อกรกับผู้ฝึกวิญญาณได้!”
“ตลกแทบตายอยู่แล้ว!”
ซือหม่าโยวเล่อมองเห็นกริชในมือซือหม่าโยวเย่ว์แล้วก็อยากจะยกมือขึ้นมาปิดตาเหมือนเจ้าคำรามน้อย นี่มัน… เป็นอาวุธที่น่าผิดหวังเกินไปแล้วจริงๆ!
เมิ่งถิงมองเห็นอาวุธที่ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบออกมาแล้วก็สะดุ้งคราหนึ่งก่อนจะหัวเราะแล้วพูดว่า “ซือหม่าโยวเย่ว์ ตัวเจ้าเองไม่มีพลังวิญญาณก็ช่างเถิด นี่ยังถึงกับหยิบเอากริชเช่นนี้เล่มหนึ่งมาประลองกับข้าได้ เจ้าคิดจะใช้สนิมบนนั้นมาสกัดพลังวิญญาณของข้าหรือไร”
ซือหม่าโยวเย่ว์เองพอคาดเดาเอาไว้อยู่แล้วว่าพอหยิบกริชเล่มนี้ออกมาจะต้องมีปฏิกิริยาเช่นนี้แน่ แต่ว่าเธอชอบความรู้สึกในมือยามถือกริชเล่มนี้ วางแผนว่าต่อไปจะใช้มันเป็นอาวุธประจำกายตน รอหลังจากกลับไปแล้วค่อยขัดสนิมบนนั้นให้ดีก็ใช้ได้แล้ว
เมื่อเผชิญกับการหัวเราะเยาะของเมิ่งถิง เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ