ไปบนขาข้างนั้นก่อนจะเดินเหยียบลงไป
“โอ๊ย…” ในขณะที่ซือหม่าโยวเย่ว์เหยียบลงไปนั้นทิ้งน้ำหนักทั้งตัวลงไปบนร่างของคนผู้นั้น ทำให้นางร้องออกมาในทันใด
“ซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้าเดินอย่างไรของเจ้ากัน!” คนผู้นั้นตะคอกใส่ซือหม่าโยวเย่ว์
“ก็เดินแบบนี้นี่แหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์เดินไปยังที่นั่งของตนโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง ไม่เห็นคนผู้นั้นอยู่ในสายตาอย่างสิ้นเชิง
“เจ้า…” คนผู้นั้นลุกขึ้นหมายจะไปสั่งสอนสักรอบหนึ่ง ซือหม่าโยวเย่ว์กลับถูกเพื่อนร่วมโต๊ะของนางจับตัวเอาไว้
“คุณหนูเมิ่ง ท่านอาจารย์เฟิงมาแล้ว”
เมิ่งถิงมองเห็นเฟิงจือสิงเดินเข้ามาในชั้นเรียนแล้วก็ได้แต่นั่งลงไปอย่างไม่พอใจ นางหันหน้ามามองซือหม่าโยวเย่ว์ปราดหนึ่งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
“คุณหนูเมิ่ง เจ้าอย่าได้โกรธไปเลยนะ อยากจะจัดการเขา ยังต้องกลัวว่าจะไม่มีโอกาสด้วยหรือ” เหอชิวจือพูด
“ก็ถูก” เมิ่งถิงพูด “ต่อให้เขาเป็นหลานของท่านแม่ทัพใหญ่ ตระกูลเมิ่งของข้าก็ไม่กลัวหรอก!”
“ใช่เลย ถึงแม้ว่าซือหม่าเลี่ยจะเป็นท่านแม่ทัพใหญ่พิทักษ์อาณาจักร แต่เขากลับไม่มีครอบครัว แล้วจะมาเทียบเคียงกับตระกูลเมิ่ง ตระกูลใหญ่ที่สุดแห่งเมืองโยวได้อย่างไรกันเล่า” เหอชิวจือพูดยิ้มๆ
“เงียบ!” เฟิงจือสิงมองคนสามสิบห้าคนในชั้นเรียนแล้วเอ่ยว่า “วันนี้พวกเราจะมาเรียนเนื้อหาที่เหลืออยู่ของเมื่อวานกัน”
ซือหม่าโยวเย่ว์ฟังเฟิงจือสิงสอนหนังสือ ในขณะที่คนอื่นๆ ต่างนั่งจดบ