ู้ที่ไม่อาจบำเพ็ญได้ก็ไม่อาจทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรวิเศษได้อยู่แล้ว นอกจากนี้มันยังมีความน่าเอ็นดูไม่ต่างอะไรกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยน่ารักเลย ดังนั้นเขาจึงอาจเข้าใจได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่ซือหม่าโยวเย่ว์เลี้ยงเอาไว้
ซือหม่าโยวเย่ว์ยกกับข้าวจานสุดท้ายมาวางไว้บนโต๊ะแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว ข้าเสียเงินไปกองโตเลยถึงจะซื้อกลับมาได้”
เจ้าคำรามน้อยที่กินอิ่มแล้วกลอกตาใส่ซือหม่าโยวเย่ว์ปราดหนึ่งก่อนจะกระโดดลงจากโต๊ะไปเดินย่อยภายในเรือนพัก
ซื้อมาอะไรกัน เห็นอยู่ชัดๆ ว่ามันถูกเธอล่อลวงมาทำพันธสัญญากับเธอต่างหาก! เจ้าคนหลอกลวงผู้นี้นี่!
เมื่อเห็นท่าทีราวกับมนุษย์ของเจ้าคำรามน้อย เว่ยจือฉีจึงได้เกิดความสงสัยในคำพูดเมื่อครู่นี้ของตนเองขึ้นมา มันเป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยงเท่านั้นจริงๆ หรือ
“พวกเราเริ่มกินกันดีกว่า” เจ้าอ้วนชวีรอจนซือหม่าโยวเย่ว์นั่งลงแล้วเอ่ยขึ้น
“กินอะไรกันเล่า มิใช่ว่ายังมีอีกสองคนที่ยังไม่มาหรอกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ไม่รู้ว่าพวกเขาสองคนออกไปไหนกันตั้งแต่เช้าแล้ว ทุกวันนี้ตอนเช้าล้วนมีแต่ข้ากับจือฉีเท่านั้นแหละที่ไปเข้าเรียน” เจ้าอ้วนชวีเมินคนทั้งสองไปในทันที
“จริงหรือ”
สองคนนี้ช่างทำตัวลึกลับเสียเหลือเกิน!
“ตอนนี้ถ้าเจ้าไปที่ห้องพวกเขาสองคน ก็ต้องไม่มีคนอยู่แล้วอย่างแน่นอน” เว่ยจือฉีกินไปพูดไป
“เอาล่ะ เช่นนั้นพวกเราก็เริ่มกินกันเลยดีกว่า”
ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วก็พบว่าวาจานี้ของตน