เปล่าประโยชน์ สองคนนั้นกินกันไปครึ่งหนึ่งแล้ว!
เมื่อกินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์ก็กลับไปทำความสะอาดห้อง ปล่อยให้เจ้าคำรามน้อยกลับเข้าไปข้างในมณีวิญญาณ
จริงๆ แล้วสัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญาก็มีมิติพันธสัญญาของตัวเองอยู่ แต่มันบอกว่าที่นั่นช่างน่าเบื่อเหลือเกิน ดังนั้นจึงไปชวนเจ้าวิญญาณน้อยเล่นกันเสียแล้ว
พอซือหม่าโยวเย่ว์ออกมา เจ้าอ้วนชวีมองเห็นมือเปล่าของเธอแล้วจึงถามขึ้นว่า “เจ้าไม่พาสัตว์เลี้ยงของเจ้าไปด้วยหรือ”
“ไม่พาไปหรอก”
เจ้าคำรามน้อยที่อยู่ภายในมณีวิญญาณได้ยินเจ้าอ้วนชวีเรียกตนว่าสัตว์เลี้ยงจึงกางกรงเล็บแล้วตะโกนเสียงดังลั่นว่า “สัตว์เลี้ยงบ้านปู่เจ้าสิ! เจ้าอ้วนชวี จะต้องมีสักวันที่คุณชายเช่นข้าทำให้พวกเจ้าตาสว่างแน่!!!”
เจ้าวิญญาณน้อยมองเจ้าคำรามน้อยอย่างรังเกียจปราดหนึ่งแล้วพูดว่า “สายเลือดไม่เลวเลย แต่นิสัยช่างน่าละอายยิ่งนัก!”
กรงเล็บของเจ้าคำรามน้อยที่ยังกางอยู่กลางอากาศชะงักค้างไปในทันใด มันมองเจ้าวิญญาณน้อยอยู่สองวินาทีก่อนจะกระโจนเข้าใส่
ตอนที่ซือหม่าโยวเย่ว์และเจ้าอ้วนชวีไปถึงชั้นเรียน ก็ก่อให้เกิดความโกลาหลขึ้นมาไม่น้อย บรรดาคนที่รู้จักเธอต่างก็มารวมตัวกันสุมหัวกระซิบกระซาบ
“เขามาที่ห้องเรียนของพวกเราได้อย่างไรกันนี่”
“เขามิใช่คนไร้ค่าหรอกหรือ แต่กลับมาที่ชั้นเรียนของพวกเราได้จริงๆ เสียด้วย”
“นั่นนะสิ นี่มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย พวกเราต่างก็ผ่านการคัด