้เขาเบี่ยงเบนเลยดีกว่า ถึงแม้ว่าเขาจะดูดีอยู่บ้างก็ตามที” เจ้าอ้วนชวีเห็นท่าทีของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วก็รีบเอ่ยแนะนำ
“เพราะอะไรหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์หลุดปากถามไปอย่างไม่เจตนา พอถามออกไปแล้วจึงค่อยมีท่าทีตอบสนอง จึงยกมือขึ้นตบบ่าของเจ้าอ้วนชวีเบาๆ อีกครั้งหนึ่ง “ข้าบอกว่าข้าจะไปทำให้เขาเบี่ยงเบนตั้งแต่เมื่อใดกันเล่า!”
“สองตาเป็นประกายวาววับนั่นของเจ้าก็เหมือนๆ กันกับสายตาที่มองมู่หรงอานในตอนนั้นนั่นแหละ!” เจ้าอ้วนชวีมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างแฝงความดูถูกดูแคลนเล็กน้อย
“แค่กๆ อดีตก็คืออดีต ตอนนี้คุณชายเช่นข้าเปลี่ยนรสนิยมทางเพศไปเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้สึกสนใจในบุรุษเพศอีกแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ยกมือขวาขึ้นปิดปากกระแอมสองครั้งก่อนจะพูดว่า “อย่ามาวุ่นวายเรื่องนี้ของข้าเลย บอกมาสิว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ควรไปทำให้เว่ยจือฉีเบี่ยงเบนหรือ”
“เพราะเขาเป็นคนที่มาจากครอบครัวนักฝึกสัตว์อสูรน่ะสิ ตระกูลเว่ยเป็นตระกูลนักฝึกสัตว์อสูรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองเป่ยหลิน มีสถานะอันสูงส่งยิ่งในอาณาจักรตงเฉิน ถึงแม้ว่าท่านปู่ของเจ้าจะเป็นท่านแม่ทัพใหญ่รักษาเมือง แต่ก็ไม่อาจต้านทานตระกูลนักฝึกสัตว์อสูรได้อย่างง่ายดายหรอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า เขาเป็นนักฝึกสัตว์อสูรผู้สืบทอดตระกูลเว่ยที่มีพรสวรรค์ที่สุดและยังเด็กที่สุด สถานะภายในครอบครัวจะสูงส่งเพียงใดนั้น ไม่ต้องคิดก็รู้แล้ว” เจ้าอ้วนชวีเอ่ยตอบ
“เป็นคนในครอบครัวนักฝึกส