ตรึงใจอันใดเหลืออยู่บ้างสักนิดเลยเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ปล่อยตัวเจ้าคำรามน้อย สองมือกุมศีรษะตัวเองเอาไว้พร้อมเอ่ยด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“เย่ว์เย่ว์ เจ้าไม่ต้องรีบร้อนนักหรอก เจ้าทำเช่นนี้ก็ตามหาความทรงจำของเจ้ากลับมามิได้หรอกนะ” เจ้าคำรามน้อยพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าคำรามน้อยพลางถามว่า “เจ้าคำรามน้อย เจ้ามีวิธีหรือไม่”
ขาหน้าอันจิ๋วของเจ้าคำรามน้อยยกขึ้นเกาหัวแกรกๆ ในที่สุดก็พูดว่า “สิ่งที่ข้าคิดได้ก็แค่ว่ามันมีสาเหตุมาจากการที่วิญญาณของเจ้าถูกทำลาย เจ้าจึงจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตมิได้ รอจนวิญญาณของเจ้าค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นมาแล้วก็คงจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตได้เองนั่นแหละ”
“แต่วิญญาณจะฟื้นฟูขึ้นมาได้อย่างไรกันเล่า”
“กินสิ่งที่มีประโยชน์ต่อวิญญาณสักหน่อย แล้วหลังจากนั้นก็บำเพ็ญ พอเจ้าเลื่อนระดับไปจนถึงขั้นหนึ่งก็จะฟื้นฟูวิญญาณของเจ้าได้แล้วล่ะ” เจ้าคำรามน้อยพูด
ทันใดนั้นมันก็มองเห็นก้อนหินภายในหีบ จากนั้นก็ร้องอ๊ากขึ้นมาเสียงหนึ่งแล้วชี้ไปที่ก้อนหินพลางพูดว่า “นั่น นั่นคือมณีวิญญาณหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นปฏิกิริยาอันรุนแรงของเจ้าคำรามน้อยจึงเอ่ยถามว่า “เจ้ารู้จักของสิ่งนี้ด้วยหรือ”
“ข้าต้องรู้จักแน่นอนอยู่แล้วสิ!” เจ้าคำรามน้อยลอยไปถึงตรงหน้ามณีวิญญาณด้วยสองตาเปล่งประกาย มันยื่นเท้าน้อยๆ สองข้างมาลูบคลำ น้ำลายแทบจะหกออกมาอยู่รอมร่อ
“บิดาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายโลหิตบอก