ว่านี่คือวัตถุเทพที่สืบทอดต่อกันมาแต่โบราณ แต่จะต้องเป็นคนที่ถูกลิขิตเอาไว้เท่านั้นจึงจะทำให้มันยอมรับเจ้านายได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เจ้าคำรามน้อยหอบมณีวิญญาณเอาไว้พร้อมกับพยักหน้าไม่หยุดแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว ใช่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่ามณีชิ้นนี้มีประโยชน์อย่างไร เย่ว์เย่ว์ เจ้ารีบทดสอบดูเร็วเข้าสิว่าเจ้าจะทำให้มันยอมรับเป็นเจ้านายได้หรือไม่! ได้ยินว่านี่เป็นสุดยอดวัตถุเทพเลยทีเดียวนะ ถ้าหากได้มันมาครองจะต้องไม่เลวเป็นแน่”
“จริงหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าคำรามน้อยด้วยสีหน้าแฝงคำถาม
“ก็ใช่น่ะสิ มาๆๆ เจ้ามาทดสอบดูเร็วเข้า!” เจ้าคำรามน้อยวิ่งถือมณีวิญญาณมาถึงตรงหน้าซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยเร่งเร้า
“เออ…” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นท่าทีตื่นเต้นของเจ้าคำรามน้อยแล้วก็รับมณีวิญญาณมาก่อนจะเอ่ยว่า “เช่นนั้นข้าลองดูหน่อยก็ได้”
“อืมๆ” เจ้าคำรามน้อยเหินบินมาอยู่บนบ่าของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “เยว่เยว่ เจ้าเร็วหน่อยสิ”
แต่ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่รู้เลยว่าจะทำการยอมรับเป็นเจ้านายอย่างไร ในขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะต้องทำพิธีอะไรหรือไม่อยู่นั้นเอง เจ้าคำรามน้อยก็เข้ามาฉีกบาดแผลบนนิ้วมือก่อนหน้านี้ให้เปิดออก เพราะว่ามีเลือดไม่มาก จึงวางนิ้วมือของเธอลงบนมณีวิญญาณโดยตรง
ในตอนแรกมณีวิญญาณมิได้มีปฏิกิริยาตอบสนองแต่อย่างใด โลหิตเหล่านั้นก็มิได้ซึมลงไปเลย ในขณะที่เธอคิดจะยอมแพ้อยู่แล้วนั้นเอง โลหิตถูกด