โยวเย่ว์เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นคนที่สกัดอยู่ด้านหน้าตน ซึ่งก็คือคนที่ทุบตีตนในวันนั้นนั่นเอง เธอจำได้ว่าในบรรดาผู้คนมากมายที่ทุบตีตนในวันนั้น คนผู้นี้เป็นคนที่ลงมือรุนแรงที่สุด เมื่อมองเห็นเขา เธอก็เหมือนจะมองเห็นภาพเหตุการณ์ที่เจ้าของร่างเดิมถูกพวกเขาทุบตีปางตาย สายตาของเธอเข้มขึ้นแล้วเอ่ยอย่างเยียบเย็นว่า “หลีกทาง”
ผู้ที่ขวางทางเธอเอาไว้ก็คือน่าหลานฉี คุณชายของตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ตระกูลน่าหลานก็เป็นตระกูลทรงอิทธิพลที่อาณาจักรเฟิงหมิงด้วยเช่นกัน บรรพบุรุษของพวกเขาเกือบจะไปถึงระดับจ้าววิญญาณแล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้เห็นตระกูลซือหม่าอยู่ในสายตาแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าซือหม่าเลี่ยจะล้ำเลิศ แต่อย่างไรก็มีแค่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนตระกูลน่าหลันนั้นมีคนที่ฝีมือร้ายกาจอยู่กลุ่มใหญ่เลยทีเดียว!
สิ่งที่น่าหลานฉีกระทำต่อซือหม่าโยวเย่ว์ดึงดูดสายตาของผู้คนโดยรอบอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าทุกคนจะไม่กล้ายั่วยุซือหม่าโยวเย่ว์แต่ก็ชอบดูเรื่องวุ่นวาย เพราะล้อมวงชมดูอย่างไรก็มิอาจมาคิดบัญชีกับตนได้
น่าหลานฉีเห็นผู้คนมามุงดูมากมายเช่นนี้ก็หัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “ซือหม่าโยวเย่ว์ นี่เจ้าจะไปหามู่หรงอันอีกแล้วใช่หรือไม่ เจ้าคิดจะเกาะแกะเขาอีกแล้วหรือ หรือว่าคราวก่อนยังทุบตีเจ้าไปไม่มากพออีก ข้าสงสัยนักว่าทำไมเจ้าจึงได้หน้าด้านหน้าทนถึงเพียงนี้ เป็นบุรุษคนหนึ่งอยู่ชัดๆ แต่กลับตอแยหรงอันไม่ยอมเลิกรา! ช่างเ