ป็นคนไร้ยางอายโดยแท้!”
คำพูดของน่าหลานฉีทำให้คนที่คอยดูเรื่องสนุกอยู่รอบๆ พากันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาในทันใด แต่ละคนมองซือหม่าโยวเย่ว์ แสดงเจตนาเย้ยหยันอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์มองน่าหลานฉี นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยว
น่าหลานฉีไม่ได้ถูกสายตาของซือหม่าโยวเย่ว์ทำให้ชะงักงันแต่อย่างใด เขาให้คนยกม้านั่งตัวหนึ่งมาให้ตนแล้วก้าวขาขึ้นไปบนนั้นข้างหนึ่งก่อนจะพูดว่า “วันนี้เจ้าอยากจะผ่านไปก็ได้นะ มา ข้ามผ่านตรงนี้ไปสิ แล้วข้าจะไม่ขวางทางเจ้าอีกเลย”
เขาพูดแล้วก็ชี้ท่อนขาของตน
ซือหม่าโยวเย่ว์มองน่าหลานฉี ไม่เอ่ยวาจา เพียงแค่ยืนอยู่ที่เดิมเท่านั้น ถ้าหากเป็นคนในชาติก่อนก็จะรู้แล้วว่าท่าทีของเธอในตอนนี้คือเริ่มโมโหแล้ว
“ว่าอย่างไรเล่า ไม่ปีนใช่หรือไม่ ไม่อยากทำหรือว่าไม่กล้ากันเล่า ช่างใจเสาะเสียจริง คิดว่าแม่ทัพซือหม่าที่เขาพูดกันก็คงเป็นคนไม่ได้เรื่องได้ราวเหมือนกันแน่ๆ เลยสินะ! ฮ่าๆๆ…อ๊าก!”
น่าหลานฉีมองซือหม่าโยวเย่ว์หมายจะเย้ยหยันเธอสักรอบหนึ่ง ทว่าคิดไม่ถึงว่าเธอจะวิ่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน มือหนึ่งคว้าเสื้อผ้าของเขาแล้วดึงลงไปพร้อมกับยกเท้าขึ้นเตะส่วนล่างของร่างกายเขาอย่างหนักหน่วง ทำให้เขาส่งเสียงร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด ก่อนที่ร่างจะถูกโยนลงบนพื้น
ใครก็มิอาจคาดเดาได้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะตอบสนองอย่างฉับพลัน นอกจากนี้ทุกคนต่างก็ไม่ทันรู้ตัวว่าเธอไปถึงตัวน่าหล