ถุเทพโบราณจริงๆ น่ะหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์กะน้ำหนักดูแล้วเอ่ยว่า “บิดาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายโลหิตบอกว่าวัตถุเทพโบราณนี้จะแสดงความเป็นเจ้าของได้ก็ต้องได้รับการยอมรับจากมันก่อน เป็นไปได้หรือไม่ว่าเราทั้งสองไม่เข้ากัน ดังนั้นข้าจึงยังไม่พบข้อดีของเจ้าเลย”
ซือหม่าโยวเย่ว์วางก้อนหินกลับลงไป จากนั้นก็เก็บหีบขึ้น เตรียมตัวบำเพ็ญ ขอเพียงแค่กลายเป็นผู้ฝึกวิญญาณ เธอก็จะหยดโลหิตแสดงความเป็นเจ้าของกับแหวนเก็บวัตถุได้แล้ว ถึงตอนนั้นเธอก็จะได้เห็นว่าภายในยังมีอะไรอยู่อีกบ้าง เธอยังมีความสนใจใคร่รู้ต่อแหวนที่ท่านพ่อทิ้งเอาไว้ให้วงนี้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว
เธอลูบคลำแหวนมนตร์บนนิ้ว หัวใจบอกว่าแหวนเก็บวัตถุนี้ช่างยุ่งยากนัก จะต้องบำเพ็ญแล้วจึงจะแสดงความเป็นเจ้าของได้ ถ้าหากเป็นเหมือนแหวนมนตร์นี้ได้ก็ดีน่ะสิ!
เวลาผ่านไปหนึ่งวัน เธอก็ยังไม่อาจดูดซับปราณวิญญาณเหล่านั้นเข้าไปในร่างกายได้ แต่ใช้เวลารับสัมผัสปราณวิญญาณมาตลอดหนึ่งวัน คราวนี้เธอสังเกตอย่างละเอียดรอบหนึ่ง สิ่งที่เธอรับสัมผัสได้นั้นเป็นจุดแสงที่มีครบทุกสีจริงๆ เพียงแต่ว่ามีบางสีที่มากหน่อย บางสีน้อยหน่อยเท่านั้นเอง จุดแสงเหล่านั้นเริงระบำอยู่รอบกายไม่หยุดคล้ายกับว่าสามารถสัมผัสถึงซือหม่าโยวเย่ว์ได้ด้วย ดูราวกับว่าอยากจะเจาะเข้ามาในร่างกายเธออย่างไรอย่างนั้น
ก่อนมื้ออาหารเย็น ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ออกจากการเพ่งสมาธิ คาดว่าคงใกล้ถึงเวลาแล้ว ตอนนี้พ