“เจ้าอยากอ่านหนังสือหรือ” ซือหม่าเลี่ยมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างประหลาดใจ ปฏิกิริยาตอบสนองเช่นนี้ของเขาทำให้คนในห้องครัวต่างพากันมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างแปลกประหลาด
อันที่จริงแล้วจะติที่พวกเขาตอบสนองอย่างใหญ่โตเช่นนี้ก็มิได้ ซือหม่าโยวเย่ว์ขึ้นชื่อว่าเป็นคนไร้ค่า อีกทั้งยังเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ อย่าว่าแต่อ่านหนังสือเลย นอกจากจะเขี่ยตัวอักษรไม่กี่ตัวแล้ว แต่ไหนแต่ไรนางก็ไม่เคยอ่านหนังสือเลยสักเล่ม อีกทั้งยังไม่เคยไปวิทยาลัยเลยด้วย อยู่ดีๆ คนเช่นนี้มาพูดว่าอยากอ่านหนังสือ ทุกคนไม่ประหลาดใจต่างหากจึงจะแปลก!
“แค่กๆ” ซือหม่าเลี่ยกระแอมสองครั้งก่อนจะเอ่ยว่า “ในเมื่อเจ้าอยากอ่าน เช่นนั้นพวกเราก็ไปดูพร้อมกันเถิด”
ซือหม่าเลี่ยพูดจบแล้วก็เดินเอามือไพล่หลังจากไป ซือหม่าโยวเย่ว์ก็รีบตามไปติดๆ คนทั้งสองมาหยุดตรงหน้าหอสูงสามชั้นที่อยู่กลางลานบ้านแห่งหนึ่ง
อาคารและลานบ้านเรียบง่าย อาคารเช่นนี้ในจวนแม่ทัพช่างไม่สะดุดตาเลยแม้แต่น้อย ย่อมไม่มีใครคาดเดาได้อยู่แล้วว่านี่คือห้องหนังสือสะสม
“นี่ก็คือห้องหนังสือสะสม” ซือหม่าเลี่ยเปิดประตูด้วยกุญแจพลางพูดกับซือหม่าโยวเย่ว์ที่อยู่ด้านหลัง
นี่เป็นครั้งแรกที่ซือหม่าโยวเย่ว์มาที่นี่ ถึงแม้ว่าอาคารแห่งนี้จะอยู่ตรงกลางระหว่างเรือนของเธอกับประตูใหญ่ ทว่าแต่ไหนแต่ไรเธอก็ไม่เคยมาดูที่นี่เลย
“นี่คือกุญแจสำหรับเจ้า” ซือหม่าเลี่ยหยิบกุญแจดอกหนึ่งจากแหวนเก็บวัตถุออกมามอบให้เ