อวิ๋นเย่ว์และชุนเจี้ยนเพิ่งจะเคยเห็นคุณชายของตนพูดจาน่าฟังเช่นนี้เป็นครั้งแรก ก็รู้สึกว่าสนิทสนมกันไม่น้อย ต่างก็ค้อมกายเอ่ยว่า “ได้เจ้าค่ะ บ่าวจะไปยกมาเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์รอคอยอาหารเลิศรสในจินตนาการของตนอยู่ภายในห้อง แต่เมื่อเห็นอาหารที่พวกอวิ๋นเย่ว์ยกเข้ามาแล้วก็ตะลึงงันไปทั้งร่าง
“นี่… นี่คืออาหารที่พวกเจ้าเตรียมเอาไว้ให้ข้าอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ชี้อาหารที่เพียงแค่ใช้น้ำลวกต้มอย่างง่ายๆ บนโต๊ะเหล่านั้นพลางถามขึ้น
เมื่อวานเธอได้กินแต่โจ๊กเนื้อ ดังนั้นย่อมไม่รู้ว่าอาหารของที่นี่เป็นเช่นไร แวบแรกที่เห็นว่าเพียงแค่ใช้น้ำลวกต้มเท่านั้น เธอก็ตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง
“บ่าวสมควรตายเจ้าค่ะ!” อวิ๋นเย่ว์และชุนเจี้ยนคุกเข่าลงบนพื้นในทันทีพลางโขกศีรษะขอขมาไม่หยุด
“เฮ้ๆๆ นี่พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ ข้ามิได้ตำหนิพวกเจ้าเสียหน่อย! ลุกขึ้นมาเร็วเข้า!” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นคนทั้งสองตอบสนองอย่างใหญ่โตเช่นนี้ก็ส่งเสียงร้อง
ทันใดนั้นเธอก็ได้รู้จากในความทรงจำว่าเจ้าของร่างเดิมของตนนั้นเข้มงวดกับสาวใช้สองคนนี้เป็นอย่างยิ่ง หากไม่ได้ดั่งใจเพียงนิดเดียวก็ทั้งด่าทั้งตบตี ทำให้สาวใช้ทั้งสองคุกเข่าลงกับพื้นโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นตนโมโห
“ขอบคุณคุณชายเจ้าค่ะ” สาวใช้ทั้งสองลุกขึ้นจากพื้น แต่ในใจก็ยังคงมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่สนใจคนทั้งสองอีก เธอใช้มือซ้ายกุมท้อง มือขวาหยิบตะเก