้ขวาลูบไฝที่ใต้วงแขนซ้ายแล้วเอ่ยพึมพำว่า “ร่างกายนี้มีปัญหาจริงๆ เสียด้วยสิ…”
หลังจากที่ซือหม่าโยวเย่ว์อาบน้ำเสร็จและสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็หมุนแหวนมนตร์กลับที่เดิม เธอมาถึงตรงหน้ากระจกแล้วก็พบว่าตอนนี้รูปลักษณ์ของตนเองดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ยอดชายงามที่เล่าลือกัน แต่ก็นับได้ว่าเป็นคุณชายรูปงามคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าพฤติกรรมยามปกติของเธอทำให้คนพากันคิดว่าเธอเบี่ยงเบนแล้วละเลยรูปลักษณ์ของเธอไปโดยไม่รู้ตัว
เธอเรียกสาวใช้เข้ามายกถังน้ำออกไปแล้วถามชื่อของคนทั้งสองรอบหนึ่ง คนหนึ่งชื่ออวิ๋นเย่ว์ ส่วนอีกคนชื่อชุนเจี้ยน ต่างก็เป็นชื่อที่ราวกับอยู่ในบทกวี ทั้งสองคนเป็นคนที่ดูแลซือหม่าโยวเย่ว์มาตั้งแต่เล็ก จำได้แม่นมั่นอยู่ตลอดว่าหากไม่มีคำสั่งก็ห้ามเข้าไปในห้อง ดังนั้นสาวใช้คนอื่นๆ มาแล้วก็จากไป ส่วนพวกนางสองคนยังคงอยู่มาโดยตลอด นับได้ว่าจงรักภักดีต่อซือหม่าโยวเย่ว์ แต่เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์คนก่อนลงโทษสาวใช้ที่เข้ามาในห้องตามอำเภอใจเหล่านั้นแล้ว พวกนางจึงหวาดกลัวอยู่บ้าง
“อวิ๋นเยว่ ชุนเจี้ยน ข้าหิวแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางมองคนทั้งสอง
ผู้ที่บำเพ็ญหาพลังงานที่จะมาส่งเสริมร่างกายตนจากปราณวิญญาณในอากาศได้ ดังนั้นคนที่ยิ่งมีพลังยุทธ์สูงส่งก็จะยิ่งมีความต้องการในสิ่งต่างๆ น้อยลง เมื่อไปถึงระดับมหาปรมาจารย์วิญญาณ โดยพื้นฐานก็ไม่จำเป็นต้องกินอาหารแล้ว แต่คนจำนวนไม่น้อยก็ยังกิน