เทียนมิ่งคนปัจจุบันนั่นเอง
“รองหัวหน้าคนนั้นของพวกเขาก็เป็นคนมีความสามารถคนหนึ่ง ข้าแค่เห็นว่าสมองเขามีปัญหาไปเท่านั้น ตอนที่อยู่ในค่าย ข้าว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็พูดเรื่องวิชาบางอย่างให้เขาฟังบ้าง หากไม่ใช่เพราะข้าก็ไม่มีราชครูในวันนี้หรอก!” สีหน้าของภาคภูมิใจมาก
เซี่ยผิงกั่งยอมรับ
ตอนที่ราชครูเร่ร่อนพลัดหลงเข้าไปในค่าย พอถามอะไรเขาก็ไม่รู้สักนิด ดูเหมือนขอทานคนหนึ่งจริงๆ
เพียงแต่พวกเขาเห็นว่าคนผู้นี้หน้าตาไม่เลว มารดาของเขาจึงคิดว่าเขาจะต้องเป็นคนที่มีความสามารถคนหนึ่ง จึงได้เลี้ยงดูไว้
มีอยู่วันหนึ่งที่ราชครูดูหนังสือโดยบังเอิญ และพบว่าตนเองรู้ตัวอักษร!
เขาเหมือนสำลีที่ซับน้ำ ทันใดนั้นเขาก็ทำหลายสิ่งหลายอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร หากอยู่ต่อหน้าเขาแล้ว เขาจะสามารถเข้าใจและเชื่อมโยงไปเรื่องอื่นๆ ได้ เดิมทีพวกเขาแค่คิดว่าเขาอ่านหนังสือได้เท่านั้น ใครจะไปรู้ว่าหลังจากที่นักพรตผู้นี้มาถึงและชี้นำเขาแล้ว เขากลับยังเรียนรู้ศาสตร์ฮวงจุ้ยและวิชามหัศจรรย์อื่นๆ อีก
อวี๋เซียนไม่เคยได้ยินเรื่องเหล่านี้มาก่อน นางจึงสนอกสนใจมาก
ถ้าหากไม่มีธุระสำคัญที่ต้องทำ นางก็คงจะนั่งลงและฟังโม่หลิงจื่อเล่าเรื่องในอดีตมากกว่านี้แล้ว
พอเซี่ยเฉียวลงมาจากชั้นบน พวกเขาก็ไม่พูดเรื่องตอนที่อยู่ในค่ายอีก
เซี่ยผิงกั่งบอกเล่าเรื่องที่สืบมาได้ให้เซี่ยเฉียวฟังอย่างละเอียด
“เลือดแบบนั้นเอาไว้ทำอะไรหรือ ทำไมถึงมี่คนอยาก