จะซื้อมันไปใช้ได้” เซี่ยผิงกั่งถาม
เซี่ยเฉียวได้ยินที่เขาพูดแล้วก็นิ่วหน้าทันที จากนั้นนางก็หันไปมองโม่หลิงจื่อ “อา…ศิษย์พี่ รกนี้มีจิตวิญญาณต้นกำเนิดอยู่ ส่วนเลือดของคนใกล้ตายผสมผสานกับลมหายใจเฮือกสุดท้าย…ข้าไม่ค่อยคุ้นเคยกับวิชามารพวกนี้นัก จะให้นึกขึ้นมาว่าเคยอ่านในหนังสือเล่มไหนมาก่อนก็นึกไม่ออก…”
“เจ้าแอบอ่านหนังสือต้องห้ามของวัดเราตอนเด็กๆ ภายหลังก็ถูกข้าตีไปยกหนึ่ง” โม่หลิงจื่อเหลือบมองนาง
เขาตีเซี่ยเฉียวน้อยมาก และก็เป็นแค่ครั้งนั้นครั้งเดียวเท่านั้น
แน่นอนว่า ที่พูดว่าตีนั้นจริงๆ แล้วก็คือการเอาแส้ปัดฝุ่นตีเบาๆ สองที่ เกรงว่านางคงไม่รู้สึกเจ็บอะไรด้วยซ้ำ
“เจ้าตีนาง? สุขภาพร่างกายของนางไม่ดีนะ!” เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้วทันที
“ข้าจะตีเด็กที่ข้าเลี้ยงดูมาอย่างไรก็ได้ เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย!” โม่หลิงจื่อเองก็ไม่ได้หงอ
“ไม่ต้องทะเลาะกันแล้ว” เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่พวกเขาทั้งสองคน
อวี๋เซียนที่ยืนฟังเรื่องไร้สาระนี้อยู่ข้างๆ รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ
นางรู้ว่าเซี่ยเฉียวคือปรมาจารย์โม่ แล้ว…โม่ชูเซิงเป็นศิษย์น้องของโม่หลิงจื่อ โม่หลิงจื่อก็เป็นอาจารย์ของเซี่ยเฉียว…คนที่โม่หลิงจื่อเลี้ยงดูขึ้นมาก็คือ…เซี่ยเฉียว? ดังนั้น…คนที่เซี่ยผิงกั่งกำลังปกป้องก็คือเซี่ยเฉียว?
หากอย่างนั้นก็แปลว่าเซี่ยผิงกั่งรู้เรื่องแล้วว่า เซี่ยเฉียวก็คือโม่ชูเซิง?!
ในหัวของอวี๋เซียนสับสนวุ่นวายไปหมด
“วัดสุ่ยเย่ว์ของพวกเ