ม่
สีหน้าท่านเมิ่งโหวดูเศร้า เขาตบไหล่บุตรชายเล็กน้อย แล้วก็ยิ่งรู้สึกสงสาร ใบหน้าแก่ชราของเขาดูเป็นทุกข์มาก ร่างกายห่อเหี่ยว ไม่มีชีวิตชีวาใดๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกของพวกเขานั้นดีเสมอมา พอเมิ่งจี๋ฟังเห็นว่าบิดาของเขาเสียใจมากกว่าตัวเขาเองเสียอีก เขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี…
“ท่านพ่อ…ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องของข้าหรอก ข้าไม่มีหน้าที่จะไปกราบโม่ชูเซิงเป็นอาจารย์หรอก นางราวกับมีขนหงส์ปักอยู่บนตัว หยิ่งยโสยิ่งนัก เวลาที่นางมองข้าช่างร้ายกาจนัก ก่อนหน้านี้ข้าอยู่กับนางมาวันครึ่ง นางก็ใช้ข้าเหมือนเป็นลูกนาง…” เมิ่งจี๋ฟังรีบฟ้องทันที
ท่านเมิ่งโหวได้ยินเช่นนั้นกลับนิ่งคิดเล็กน้อย
“แล้วนางปฏิบัติต่อเจ้าเช่นนี้ก่อนหรือหลังที่จะทำนายดวงชะตาให้เจ้า” เขาเอ่ยถาม
เมิ่งจี๋ฟังครุ่นคิดเล็กน้อย เขารู้ดีว่าบิดาของตนหมายความว่าอย่างไร เมิ่งจี๋ฟังลังเล็กน้อย แต่ก็ตอบเขา “หลังจากนั้นกระมัง…ก่อนหน้านั้นแม้ว่านางจะเย็นชากับข้าอยู่บ้าง แต่นางก็ไม่ได้คิดที่จะใช้ข้า หลังจากนั้นจู่ๆ นางก็เหมือนเป็นคนละคน ประเดี๋ยวก็ว่าข้าไม่เคารพผู้อาวุโส ประเดี๋ยวก็บ่นว่าข้าเสเพลไม่รู้ความ…”
“ท่านพ่อ ท่านหมายความว่า…”
“ปรมาจารย์โม่ผู้นี้มีความสามารถไม่ธรรมดา นางคำนวณง่ายๆ ก็รู้แล้วว่าเจ้ากำลังจะถึงคราวเคราะห์ บางทีนางอาจจะทำนายแล้วว่าต่อไปจะต้องรับเจ้าเป็นศิษย์แน่ๆ? เจ้าดูผู้วิเศษพวกนั้นสิ พวกเขาแต่ละคนต่างก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาวไม