น่าจะเกี่ยวกับคนพวกนั้น พี่ชายใหญ่ยังอยากให้ข้ากลับบ้านไปฟังเขาสั่งสอน…ข้าไม่อาจทำตามใจเขาได้ ดังนั้นข้าจึงคิดว่าจะไปที่ศาลตัดสินคดีและช่วยเขาคลี่คลายเรื่องงานต่อหน้าท่าน เขายังจะต้องขอบคุณข้า และยิ่งไม่สามารถระบายโทสะออกมาได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มอย่างจนใจ “พูดไปแล้วเจ้าก็ยังสงสารที่เขาทำงานไม่ราบรื่น”
มีการยั่วโมโหคนแบบนี้ด้วยหรือ
“จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูก คนที่ชุดดำพวกนั้นลอบสังหารก็คือท่าน” เซี่ยเฉียวยกยิ้ม “พวกเราสามีภรรยาก็เหมือนคนคนเดียวกัน ข้าก็ถือว่าทำงานให้ตัวเองด้วย”
“บรรยากาศที่ศาลตัดสินค่อนข้างรุนแรง” จ้าวเสวียนจิ่งเองก็รู้ว่าเซี่ยเฉียวไม่ชอบที่นั่น
“นานๆ ไปทีไม่เป็นไรหรอก สุขภาพร่างกายของข้าดีขึ้นมากแล้ว ไม่เปราะบางเหมือนแต่ก่อน ที่สำคัญก็คือวิญญาณส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นั่นน่าเกลียดน่ากลัว เห็นแล้วอยากจะอาเจียน พอถึงตอนนั้นข้าจะพยายามไม่มองก็แล้วกัน” หากเป็นคดีอื่น เซี่ยเฉียวก็คงไม่เป็นฝ่ายเริ่มเข้าไปแทรกแซงก่อนอย่างนี้ แต่คนชุดดำพวกนั้นก็เกือบจะเอาชีวิตนางก่อนหน้านี้ด้วย นางจึงย่อมอยากรู้ว่าใครเป็นคนส่งพวกเขามา
หลังจากที่นางจัดการกับคนพวกนั้นในวันนั้นแล้ว ร่างกายของนางก็อ่อนแอลงเล็กน้อย นางจึงยังไม่ทันจะได้ถามอะไร นางมาจัดการตอนนี้ก็ยังไม่สาย
“ในเมื่อเจ้าอยากจะไป พรุ่งนี้เช้าก็ลองไปดูกัน” จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้ห้ามนางอีก
เพราะถึงห้ามก็ห้ามไม่ได้
พอเขาเห็นว่าเ