ซี่ยผิงกั่งขึ้นชื่อเรื่องแรงควายอยู่แล้ว
เมื่อครู่นี้ก็ใช่ว่าเซี่ยผิงกั่งจะปล่อยหมัดไปโดนเซี่ยเฉียวหรอก แต่หากพี่ภรรยางี่เง่าคนนี้เกิดโมโหขึ้นสมองจนหน้ามืดขึ้นมาและลงมือรุนแรงจริงๆ แล้ว เซี่ยเฉียวก็คงจะต้องนอนอยู่บนเตียงเป็นครึ่งเดือนเป็นแน่
“เจ้าจับนางหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งจ้องหน้าเซี่ยผิงกั่งพลางเอ่ยถาม
“ก็แค่หิ้วนางขึ้นมาครู่หนึ่ง…น้องสาวของกระหม่อมถึงกับกล้าหลอกกระหม่อม! ฝ่าบาทต้องทวงความยุติธรรมให้กระหม่อมนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยังนึกว่านางจะทำตัวดีๆ อยู่ในจวนรัชทายาท แต่นึกไม่ถึงว่านางจะมาถึงที่นี่ ไม่รู้จักรักชีวิตเลยจริงๆ!” เซี่ยผิงกั่งโวยวาย
“นางเป็นพระชายาของข้า ข้ายังไม่พูดอะไรเลย” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเรียบๆ
“แต่นางเป็นน้องสาวของกระหม่อม!” เซี่ยผิงกั่งตอบโดยสัญชาตญาณ
“หากอย่างนั้นเจ้าว่าความสัมพันธ์ระหว่างสามีกับภรรยาหรือระหว่างพี่ชายกับน้องสาวอย่างไหนใกล้ชิดกว่ากัน” จ้าวเสวียนจิ่งถามเขาด้วยสีหน้าเย็นชา
“……” ต้องเป็นพี่ชายน้องสาวอยู่แล้ว!
เขากับนางออกมาจากท้องเดียวกัน เจ้าเด็กนี่จะหลอกใครก็ได้ แต่ไม่ควรจะหลอกเขา เรื่องหลอกเขาก็ช่างมันเถอะ แต่ดูสิว่านางทำอะไร นางกลับแปลงโฉมเป็นโม่ชูเซิง!
ใช่ เรื่องที่น่าโมโหที่สุดก็คือนางกลายเป็นโม่ชูเซิง!
เขาเป็นพี่ใหญ่ เป็นลูกพี่ของบ้านตระกูลเซี่ย นอกจากบิดาที่ไม่เอาไหนของเขาแล้ว คนอื่นๆ ในบ้านก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งและคำสอนของเขา ไม่ควรหน้าไหว