นนั้น”
“เจ้าจะต้องขอบคุณนาง” เซี่ยเฉียวมองเขาอย่างจริงจัง “สถานที่นี้มีพลังหยินและไอแค้นไม่น้อย จะต้องมีพวกงูหนูมดแมลงมากมาย แม้ว่าเจ้าจะเข้าไปในห้องแล้วก็ตาม ข้าเกรงว่าคงไม่พ้นต้องเดือดร้อนประสบเหตุจากสิ่งเหล่านั้นเป็นแน่ แต่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มืดมิดอย่างนั้น เจ้ากลับสามารถผ่านพ้นค่ำคืนนั้นไปได้โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น…”
“หากข้าเดาไม่ผิด คืนนั้นสะใภ้ไช่ได้คอยขับไล่อันตรายมากมายให้เจ้า และคุ้มครองให้เจ้าปลอดภัย” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
เมิ่งจี๋ฟังได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ “เป็นไปได้อย่างไร”
เซี่ยเฉียวกลับมองไปที่สะใภ้ไช่
สะใภ้ไช่พยักหน้าอย่างเงียบๆ
“ไม่มีใครอยู่ที่นี่มานานแล้ว แค่เห็นแวบแรกข้าก็รู้แล้วว่าคุณชายเมิ่งผู้นี้เป็นคุณชายผู้บอบบาง เขาคงจะพบกับเรื่องลำบากจึงมาอาศัยพักพิงในบ้านข้า แค่หนูตัวเดียวก็ทำให้เขาตกใจจนตัวสั่น ดูน่าสงสารอยู่” น้ำเสียงสะใภ้ไช่สงบมาก
“เจ้าปกป้องคุ้มครองเขา แต่เจ้าไม่คิดว่าเขาจะเหยียบแผ่นป้ายวิญญาณของเจ้าอย่างนั้นหรือ” เซี่ยเฉียวถอนหายใจ
สะใภ้ไช่ส่ายศีรษะ “ข้า…ข้าเข้าฝันเขา”
“???” เซี่ยเฉียวชะงักไปครู่หนึ่ง “เข้าฝัน?”
ปกติแล้วจะต้องเป็นคนในครอบครัวเท่านั้นจึงจะเข้าฝันกันได้
อย่างไรก็ตาม วิญญาณตนนี้มีพลังมาก และเมิ่งจี๋ฟังก็อยู่ในอาณาเขตของนางด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
“อืม ข้าบอกให้เขาระวังหน่อย อย่าเหยียบข้า แต่เขาก็ไม่ฟัง” นั่นเป