่านั้น เขาจึงจะสามารถชดเชยในส่วนที่บกพร่องได้” เซี่ยเฉียวจริงจังมาก
เกรงว่าตอนนี้ในใจเมิ่งจี๋ฟังเองก็คงไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์
ขาประจำหอโคมเขียว!
ที่เรื่องนี้ยังไม่เป็นที่รู้กันทั่วก็เพราะตระกูลเมิ่งผู้นี้ยังรู้จักยับยั้งชั่งใจอยู่บ้าง พวกเขาไม่ได้หาภรรยาให้เมิ่งจี๋ฟัง รับอนุเข้ามาแค่ไม่กี่คน จนคนทั่วไปคิดว่าเขาแค่เสเพลไปหน่อยเท่านั้น และไม่คิดว่าเขาจะเป็นพวกมักมาก
“เขาเป็นคุณชายอยู่ดีๆ จะให้ไปเป็นพระหรือ คงจะเป็นไปไม่ได้แน่” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วมุ่น ในใจก็รู้สึกเสียดาย
เด็กดีๆ คนหนึ่งได้รับการสอนสั่งจนกลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร
ตอนที่เขาอยู่ในวัยนี้ก็แทบจะอยู่แต่ในสำนักศึกษา และฝังตัวอยู่กับหนังสือท่องไปในโลกใบนั้น อ่านมันทั้งวันทั้งคืนไม่ยอมกินไม่ยอมนอน อยากจะกลายร่างเป็นหนอนที่กัดกินหนังสือพวกนั้นเข้าไปจนหมด
เซียวอวี้หรงรู้สึกเสียดายอยู่ภายในใจ หลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วยามตอนที่เขาเห็นเมิ่งจี๋ฟังลงจากรถม้า สายตาของเขาก็ซับซ้อนเล็กน้อย
เมิ่งจี๋ฟังและเจียงจิ้นลู่ต่างก็หน้าซีดเผือดด้วยกันทั้งคู่
เจียงจิ้นลู่ยังลูบศีรษะของตนอยู่เป็นระยะๆ
น่าจะเป็นเพราะการกระแทกครั้งนั้นทำให้เขาเจ็บไม่เบาจนผ่านไปนานขนาดนี้ก็ยังไม่หาย
ตอนนี้บริเวณโดยรอบรกร้าง
“ที่นั่นแหละ” เมิ่งจี๋ฟังชี้ไปทางขวามือ “ตอนนั้นข้าผ่านทางเล็กๆ นี้เข้าไป พอมาถึงตรงนี้ ข้าก็เห็นบ้านพังๆ นั่นลางๆ จึงฝ่าพงหญ้าเข้าไป”
หรืออาจะพูดได้ว่