ระดับด้วยแผ่นหยก มันดูล้ำค่ามากราวกับกำลังส่องแสงเมื่อมองดูจากที่ไกลๆ
เขาดึงดูดสายตาของผู้หญิงให้เหลียวหลังมองไม่รู้ตั้งกี่คนขณะที่เดินทางผ่านไป
“ตุ้งติ้งชิบ…จิ๊ๆๆ…” เซี่ยผิงกั่งอดบ่นออกมาไม่ได้
“เจ้าคิดว่าใครๆ ก็จะไม่สนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหมือนเจ้าอย่างนั้นหรือ” เซี่ยเฉียวเปิดม่านหน้าต่างขึ้นและเอ่ยหยอกล้อเซี่ยผิงกั่ง
“แต่นี่มันก็พิถีพิถันเกินไปหน่อย…” เซี่ยผิงกั่งยังไม่ทันจะพูดจบก็เห็นการเคลื่อนไหวของซังโหยวอีก แล้วเขาก็แสดงสีหน้ารังเกียจทนไม่ได้พลางบดกรามอุทานออกมา “แม่เจ้าโว้ย คุณชายซังผู้นี้ถึงกับพกหวีมาด้วย ขี่ม้าไปหวีเส้นขนให้ม้าไปด้วยอีก! ของนั่นไม่เหมาะจะเอามาใช้กับม้านี่?”
มันมีแปรงขนม้าไว้สำหรับแปรงสำหรับหวีขนม้าโดยเฉพาะ มาใช้หวีอย่างนี้จะดูอย่างไรก็ขัดหูขัดตาไปหมด!
“ในอกเสื้อของศิษย์น้องซังยังมีกระจกและแป้งด้วยนะ แค่หวีจะเป็นอะไรไป” เซี่ยเฉียวยิ้ม
นางไม่ได้ปรักปรำซังโหยวนะ
นางเห็นว่าบนใบหน้าขาวๆ และริมฝีปากสีแดงของเขามีแป้งอยู่จริงๆ แต่มันก็ไม่ได้หนาเกินไป เป็นแค่ชั้นบางๆ เท่านั้น ซึ่งนอกจากแป้งแล้ว ซังโหยวยังใช้เรื่องหอมที่หากเข้าไปใกล้ๆ ก็จะได้กลิ่น…เป็นกลิ่นหอมสะอาดของดอกไม้ที่เจือความหวานเล็กน้อย เรียกง่ายๆ ว่าหอมขึ้นสมอง
เซี่ยผิงกั่งไม่เคยเห็นผู้ชายที่เป็นแบบนี้มาก่อน
เขาใช้ชีวิตได้ประณีตยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก
“หากข้ามีลูกแบบนี้…ก็จะให้เขาไปเป็นขันที” เซี่ยผิงกั่ง