าไรนัก
“พวกเจ้าโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ยังจะรวมตัวกันเล่นสนุกอีก? หากพวกเจ้าอยากรู้ว่าน้องสาวของข้าสง่างามอย่างไร ก็ค่อยรอดูวันที่นางแต่งงานออกเรือนจากที่ไกลๆ เอาก็แล้วกัน!” เซี่ยผิงกั่งตะคอกออกมาเบาๆ
พอเขานึกขึ้นมาได้ว่าแม้ว่าน้องสาวของเขาจะอ่อนแอ แต่รูปลักษณ์ของนางกลับดีมาก จึงไม่ถือสาหาความพวกเขาอีก
“ข้ารู้ว่าน้องสาวของข้าหน้าตาดี แต่ต่อให้นางจะหน้าตาดีอย่างไร นางก็เป็นน้องสาวของข้า และเป็นคู่หมั้นของรัชทายาท เกี่ยวอะไรกับพวกเจ้าด้วย หากพวกเจ้ามีใจชื่นชมก็คอยดูอยู่ห่างๆ หรือว่างนักไม่มีอะไรทำก็อธิษฐานต่อเทพเซียนพระพุทธเจ้าให้น้องสาวของข้าแต่งงานอย่างราบรื่น มีลูกเร็วๆ มีอายุยืนยาวก็พอแล้ว!”
“เป็นผู้ชาย ต้องรู้จักใจกว้าง! อย่าได้ทำเรื่องลับๆ ล่อๆ แบบนั้น!” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยเสริม
“…” คำพูดของเซี่ยผิงกั่งในเวลานี้ทำให้เมิ่งจี๋ฟังผู้ซึ่งอิสระเสรีมาโดยตลอดต้องหน้าแดงด้วยความอับอาย
คนอื่นๆ เองก็รู้สึกไม่ต่างกัน พวกเขาหันไปมองหน้าเซี่ยเฉียว และอยากจะพูดออกมาว่าตนเองถูกปรักปรำ แต่ต่างก็รู้สึกหน้าซีดพูดไม่ออกกันไปหมด!
ใช่แล้ว เพราะหน้าตาแบบนี้ของแม่นางเซี่ยนั่นแหละที่ให้คนที่ได้มองรู้สึกจิตใจไม่สงบ!
บางทีตลอดทางที่พวกเขาผ่านมาเมื่อครู่นี้ก็คงจะมีคนไม่น้อยที่คิดว่าพวกเขาสะกดรอยตามนางด้วยใจสกปรกก็ได้!
“พวกเรา…ไม่ได้…” พวกเขาทั้งหมดต่างก็รู้สึกจนใจ
เซี่ยเฉียวหน้าตาดีก็จริง แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้เ