บื่อชีวิตนี่ แล้วพวกเขาจะไปอยากชื่นชมผู้หยิงของรัชทายาทได้อย่างไรกันเล่า?!
“ไม่ได้?” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยด้วยความรังเกียจ “ลูกผู้ชายทำอะไรเปิดเผย อึกอักลังเลอย่างนี้ใช้ไม่ได้! แม้ว่ารัชทายาทจะรักใคร่ทะนุถนอมน้องสาวของข้า แต่ก็ใช่ว่าจะอภัยให้พวกเจ้าไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรน้องสาวของข้าก็หน้าตาดีขนาดนี้ ใต้หล้านี้มีคนหลงใหลนางเยอะแยะไป พวกเจ้าแค่ไม่กี่คนนี้ไม่นับเป็นอะไรหรอก!”
เซี่ยเฉียวไม่ได้เขินอายหน้าแดงแต่อย่างใด นางยังพยักหน้ารับอย่างหน้าไม่อาย “เป็นเช่นนั้น”
“…” เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกว่าตนเองตาบอดไปแล้ว
ท่าทางไร้ยางอายของเซี่ยเฉียวเช่นนี้อาจจะให้นางอยู่ดีมีสุขในจวนรัชทายาทก็ได้!
ยังมีพี่ชายใหญ่ของตระกูลเซี่ยผู้นี้อีก
เขาเป็นคนหน้าด้านและไร้ยางอายที่สุด
พวกเขาทั้งหมดต่างก็รู้สึกจนปัญญา ในที่สุดก็ทำได้เพียงแต่เอ่ยออกมาอย่างอึดอัดคับข้องใจ “อืม ต่อไปพวกเรา…จะอยู่ให้ห่างแม่นางเซี่ยไว้”
หากไม่ให้พวกเขาพูดอย่างนี้แล้วจะพูดอะไรได้อีก
จะให้ชกต่อยกับเซี่ยผิงกั่งอย่างนั้นหรือ
ไม่ใช่ว่าพวกเขาคุยโว ต่อให้พวกเขามีมาอีกสิบคนก็ยังไม่น่าที่เอาชนะเซี่ยผิงกั่งโจรร้ายผู้นี้ได้
แม้จะมีคนมากมายดูถูกภูมิหลังของเซี่ยผิงกั่ง แต่พวกเขาก็ต้องยอมรับว่าเซี่ยผิงกั่งเป็นคนที่เคยต่อสู้ในสนามรบมาก่อน เขาแข็งแกร่งอย่างกับวัวควาย แค่ตบทีเดียวก็ทำให้พวกเขาเป็นลมสลบไปได้แล้ว!
เมิ่งจี๋ฟังไม่เคยดูถูกตัวเอง แต่เขาก็รู้ว่าการทะ