จะพุ่งเข้าไปต่อยตีเขา หากพบเจอสถานการณ์เช่นนี้ข้าเกรงว่าเขาก็จะต้องเหยียบติงเท่าให้จมดินไปก่อนถึงจะยอมเลิกรา ต้องใช้กำลังจนเหนื่อยแทบตายเสียก่อนถึงจะพอใจ ถ้าหากเจ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับพี่ชายใหญ่ของเจ้าไม่ใช่หรือ”
เซี่ยผิงไหวนิ่งเงียบไปเล็กน้อย
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พบว่าตนเองเป็นอย่างนั้นจริงๆ
หากเป็นอย่างนั้นต่อไปเขาก็จะเป็นเหมือนเซี่ยผิงกั่งน่ะสิ?
น่ารังเกียจนัก
“จะโจมตีคนก็ให้โจมตีที่ใจ บางครั้งเราอาจไม่จำเป็นต้องลงไม้ลงมือถึงจะสะใจก็ได้” เซี่ยเฉียวมองเขาพลางเอ่ยอย่างจริงจัง “เจ้าดูสิ ตอนนี้ข้านั่งอยู่ตรงนี้ คนที่ยโสโอหังพวกนั้นคิดจะไปแต่ก็ไม่ยอมจากไปทันที กลับอยู่ต่อแต่จะทำอะไรก็ต้องคอยดูสีหน้าของข้า ไม่กล้าเอะอะเสียงดัง ไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกมา ความคิดเห็นของข้าประโยคเดียวนั้นสามารถทำให้เขาถูกคนอื่นหัวเราะเยาะไปอีกหลายปีได้เลย วิธีนี้ทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่าถูกทุบตีเสียอีก” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
หากนางให้อีกฝ่ายคุกเข่าลงและยอมรับผิดอีกก็จะหมายความว่านางเป็นผู้อาวุโสที่จู้จี้และรังแกผู้น้อยเกินไป
เซี่ยผิงไหวครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วก็ต้องยอมรับ
“ก็เหมือนกับที่แม่เล้าโยนข้าออกมาตอนนั้น นางแค่พูดออกมาประโยคเดียวก็ทำให้ข้าถูกคนอื่นหัวเราะเยาะไปตั้งหลายปีใช่ไหม” เซี่ยผิงไหวเอ่ย
เรื่องนี้ยังคงทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอยู่เลย!
“เป็นอย่างนั้นแหละ ลองมาอีกตัวอย่างหนึ่ง พี่ชายใหญ่…พี่ช