เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าคนผู้นี้ผิดปกติ แต่ก็บอกไม่ถูกว่าผิดปกติที่ตรงไหน
“ค่ายกลรวบรวมวิญญาณเรียกทรัพย์นี้เจ้าเป็นคนจัดวางหรือ” เซี่ยเฉียวเลิกคิ้วพยายามสังเกตทุกการแสดงออกของคนผู้นี้
“ค่ายกล? ใช่แล้วๆ ข้าจัดวางเอง เรียกทรัพย์ กลัว กลัวจนน่ะ…” หลิวมิงยิ้มอย่างอักอ่วน
เขาดูไม่เหมือนผู้วิเศษเลยสักนิด
เหล่าองครักษ์เพียงแต่รู้สึกว่าพวกเขาเป็นนักพรตเหมือนกัน แต่กลับแตกต่างกันมากจริงๆ ปรมาจารย์โม่ยังดูเก่งกาจกว่ามาก ไม่ว่านางจะพบเจอเรื่องอะไรก็ไม่ได้ดูตื่นตระหนกไม่เอาไหนแบบนี้ อีกอย่างนางจะมีท่าทางสงบนิ่ง สง่างามราวกับเทพเซียนด้วย
เซี่ยเฉียวถามอะไรเขาอีกเล็กน้อย
ไม่มีอะไรมากไปกว่าคำถามที่ว่าปกติเขามักจะออกไปที่ไหน พบเจอคนประเภทใดบ้าง
ฟังไปฟังมาก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ
จะรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปก็คงไม่ดี นางจึงพาคนออกไปในที่สุด
“น้อมส่งท่านเจ้าหน้าที่” นักพรตน้อยค้อมหลังคำนับเซี่ยเฉียวอย่างเคารพนบนอบก่อนจะปิดประตู
ฝีเท้าเซี่ยเฉียวชะงักทันที
ไม่ใช่สิ
นางนึกได้แล้วว่าตรงไหนผิดปกติ…
ที่นี่…สะอาดเกินไป
“มีอะไรหรือท่านปรมาจารย์” เมื่อองครักษ์เห็นว่านางเคร่งขรึมไปก็เอ่ยถามทันที
“ตามหลักแล้วค่ายกลรวบรวมวิญญาณเรียกทรัพย์นั้นจะต้องมีวิญญาณที่ตายเพราะความโลภอยู่ใกล้ๆ แต่ที่นั่น…กลับไม่มีอะไรเลย…” เซี่ยเฉียวมองไปรอบๆ
ตอนที่นางมาที่นี่นางเดินผ่านถนนตรอกซอกซอยต่างๆ และพบเจอผู้คนมากมาย
ตอนแรกก็มีวิญญาณอยู่ข้างถน