งตาของเขาไม่ชัดเจนและรูม่านตาขยายเล็กน้อย หากเป็นเด็ก ดวงตาคู่นั้นควรจะมีชีวิตชีวาและดูอ่อนเยาว์กว่านี้”
พอเหล่าองครักษ์ได้ยินเช่นนั้นต่างก็คิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
ดูเหมือนว่าปรมาจารย์จะพูดถูก
“นักพรตน้อยนั่น…ดูเหมือนว่าผิวพรรณของเขาจะไม่ได้ดูดีเหมือนเด็กทั่วไป ขาวแต่ไม่ได้ดูอ่อนเยาว์ แววตา…ดูเหมือนคนมีอายุเล็กน้อย” เหล่าองครักษ์คิดไปคิดมาก็พยักหน้าเห็นด้วย
ตอนที่นักพรตน้อยผู้นั้นเห็นพวกเขา ท่าทางของเขาแสดงออกว่าตื่นตระหนก แต่เด็กที่ตื่นตระหนกจะเห็นได้จากแววตาชัดเจนกว่านี้
แต่แววตาของเด็กน้อยดูสงบลงมาก
“ทำไมเขาสูงแค่นั้น” พวกเขายังงุนงงอยู่บ้าง
“ใต้หล้าย่อมมีคนที่ตัวไม่โตอยู่บ้าง แม้จะพบเห็นได้ไม่มาก แต่ก็มี” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ปรมาจารย์ หากเป็นอย่างที่ท่านพูด คนผู้นั้นคงจะจับตัวได้ยากแล้ว เขาดูเหมือนเด็กอายุห้าหกขวบ แต่ฉลาดเหมือนกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง หากเขาคิดจะหลบซ่อนก็จะง่ายสำหรับเขา” องครักษ์เองก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาบ้างแล้ว
เซี่ยเฉียวเองก็ปวดหัวกับเรื่องนี้ นางนึกไม่ถึงว่าเขาจะเผ่นหนีไปต่อหน้าต่อตานางอย่างนี้ได้
ต้องโทษที่นางประมาทเอง
ปกตินางไม่กล้าจะดูโหงวเฮ้งของเด็กเท่าไรนัก ดังนั้นเมื่อครู่นี้นางจึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะมองหน้านักพรตน้อย เพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นอะไรมากและทักอะไรที่จะส่งผลกระทบต่อชะตาชีวิตของเด็กน้อยออกไป
“เอาตัวหลิวหมิงกลับไปก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ” เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็