ครอบครัวเองก็ไม่ได้มีกิจการอะไรมากมาย และต้องใช้เงินไปมากเพื่อรักษาสามีของนาง แม้แต่เงินดูดวงก็ยังต้องไปหยิบยืมคนอื่นมา
ตอนนั้นนางมีหรือจะไม่คิดว่าการที่คนน้อยลงไปคนหนึ่ง ความกดดันก็จะน้อยลงไปด้วย
ต่อมาสามีของนางตายไป แม่สามีก็เอาแต่ฝันร้ายและฆ่าตัวตายตามไปด้วย ลูกสาวคนโตก็ต้องแต่งงานออกไปอยู่ที่อื่นเพื่อใช้หนี้…บ้านของนางก็ว่างเปล่าในเวลาไม่นาน
ดังนั้นทุกๆ วันคืนที่ผ่านไป นางจึงรู้สึกเสียใจภายหลังมากขึ้นเรื่อยๆ
ฮูหยินนิ่งเงียบไปพร้อมกับดวงตาที่ยังแดงอยู่ มือของนางกำห่อผ้าที่บรรจุเงินสามสิบตำลึงไว้แน่น
ปรมาจารย์หม่ารู้สึกปวดใจอย่างยิ่ง
หลังจากที่เซี่ยเฉียวถ่ายทอดคำพูดของวิญญาณเรียบร้อยแล้ว นางก็หันหลังกลับทันที ปรมาจารย์หม่ารีบตามนางไปทีละก้าวๆ อย่างตุปัดตุเป๋ พอเซี่ยเฉียวหยุดลงแล้ว เขาก็เอ่ยถามขึ้นอย่างระมัดระวัง “ผู้วิเศษโม่ ตอนนี้เคราะห์ของข้า…แก้ได้แล้วหรือไม่…”
เขารู้สึกประหม่าตื่นเต้นยิ่งนัก
“เรื่องนั้นหรือ…” เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาเล็กน้อย “ปรมาจารย์หม่าอยู่ในยุทธภพมาตั้งนานขนาดนี้ ก็น่าจะรู้นี่ว่าหากจะให้ผู้วิเศษเอ่ยปากก็จะต้องมีค่าตอบแทน?”
ปรมาจารย์หม่าได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึงไป
ผู้วิเศษหมายความว่า…นางต้องการเงิน?
ทำไมอยู่ๆ ถึงได้….
“เท่า เท่าไร” ปรมาจารย์หม่าถามอย่างระมัดระวัง
“กันเอง หนึ่งตำลึงเท่านั้น” เซี่ยเฉียวเอ่ยนิ่งๆ
ปรมาจารย์หม่าถอนหายใจด้วยความโล่งอก ค่อยยังชั่วที่