ายของข้าที่อยู่เบื้องล่างจะมาเดือดร้อนเพราะข้าด้วยไม่ได้!”
“เห็นเจ้าอย่างนี้ก็น่าเห็นใจจริงๆ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าจะไปขอร้องศิษย์พี่ใหญ่ดูเผื่อนางจะยอมพบเจ้า เจ้ารอหน่อย” เจียงจิ้นลู่พูดจบก็เดินเข้าไป
อันที่จริงเขาสามารถพาชายชราเข้าไปด้วยได้เลยทันที
แต่เมื่อเขาคิดว่านี่เป็นแผนการของศิษย์พี่ใหญ่ เขาก็รู้สึกว่าปล่อยให้ชายชราลนลานไปสักพักก็ดีเหมือนกัน ต่อไปจะได้ควบคุมง่ายหน่อย
เพียงแต่พอเขาคิดมาถึงตรงนี้
เจียงจิ้นลู่ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
เขาคุ้นเคยกับวิธีการแบบนี้ แม่หมอในหมู่บ้านบ้านเกิดเขาก็หลอกคนแบบนี้ หลอกให้อารมณ์ของคนป่วยหรือสมาชิกในครอบครัวขึ้นๆ ลงๆ สุดท้ายก็เหมือนปูขนที่ถูกถอดก้ามออกปล่อยให้คนอื่นทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ
“ศิษย์พี่ใหญ่” เจียงจิ้นลู่เข้าไปในเรือนของศิษย์พี่ใหญ่ก็เห็นนางกำลังป้อนอาหารไก่อยู่พอดี เขาจึงรีบเดินเข้าไปทันที
เซี่ยเฉียวเองก็เพิ่งกลับมาจากข้างนอกได้ไม่นาน
“หมอดูนั่นยังรออยู่ข้างนอกไม่ไปไหนนะ” เจียงจิ้นลู่อักอ่วนเล็กน้อย “ข้าบอกเขาว่าจะมาข้อร้องท่านให้ ท่านว่า…เมื่อไรถึงจะจัดการเขาได้?”
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าแขกของศิษย์พี่ใหญ่น่าจะเป็นวิญญาณตนหนึ่งมากกว่า
และหมอดูนี้ไม่เพียงแต่ไม่ใช่คนที่มีวาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็น…ลูกแกะที่รอวันถูกเชือดด้วย
อย่างไรก็ตาม วันนั้นเขาได้ยินเพียงคำพูดของศิษย์พี่ใหญ่ของเขาเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าวิญญาณตนนั้นต้องทนทุกข์อะไ