องซังโหยวตาไม่กระพริบราวกับว่ากลัวว่าเขาจะไม่ยอมจ่ายเงินกระนั้น
เมื่อครู่นี้ตอนที่เซี่ยเฉียวกำลังจ้องมองซังโหยว หัวใจของจ้าวเสวียนจิ่งก็โลดขึ้นมาทันที เขาแทบจะตัดคอซังโหยวเสียเลยเดี๋ยวนั้น แต่ตอนนี้เมื่อเขาเห็นว่านางอยากจะได้หนี้คืนขนาดนั้น จ้าวเสวียนจิ่งเปลี่ยนจากเมฆครึ้มเป็นแดดจัด อารมณ์ดีขึ้นมาทันที
เซี่ยเฉียวให้สิ่งต่างๆ แก่เขามากมาย แต่เงินที่เอาไปจากเขา…ไม่ได้มากเท่านี้
ความสนิทสนมระหว่างกันยังมีอยู่บ้าง
ซังโหยวตกตะลึงไปเล็กน้อย “นี่คือ…ศิษย์พี่ใหญ่?”
จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว
ศิษย์พี่ใหญ่หน้าตา…ขี้เหร่จัง
ดวงตาของเขาดูรังเกียจเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานะของศิษย์พี่ใหญ่แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะฝืนเก็บความรังเกียจไว้ และคำนับต่อเซี่ยเฉียว คำพูดของเขายังแสดงความเคารพอย่างยิ่งอีกด้วย “ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่ช่วยชีวิตข้า ประเดี๋ยวข้าจะส่งเงินไปให้ท่าน”
ครอบครัวของเขาค่อนข้างร่ำรวย
หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบผงเครื่องหอมอีกอันมาจากเตียง แล้วส่งให้เซี่ยเฉียว “ศิษย์พี่ใหญ่…ผิวหมองคล้ำ ใช้สิ่งนี้ถูสักหน่อยจะได้มองสบายตาขึ้นบ้าง…”
“…” มุมปากของเซี่ยเฉียวกระตุกเล็กน้อย นางจับใบหน้าของตนเอง “เจ้าคิดว่าหน้าตาข้าขี้เหร่?”
“ไม่ใช่อย่างนั้น ศิษย์พี่…สง่าราศีไม่เลวเลย อายุเท่านี้แต่ยังบำรุงรักษาไว้ได้อย่างดี” ซังโหยวชมนางเล็กน้อย
นี่เป็นคำพูดจากใจ
เขาเกิดมาชอบของสวยงามไม่ว่าจะ