ี่ดีที่สุดมามอบให้อาจารย์ แต่กลับลืม…ลืมไปว่าร้านค้าของศิษย์พี่ใหญ่…เป็นร้านขายของเครื่องไหว้เซ่นคนตาย”
งานไม้แกะสลักของศิษย์พี่นี้ไม่เลวจริงๆ เขาจึงตั้งใจเลือกอย่างพิถีพิถันจนได้ชิ้นนี้มา
อาคารแกะสลักหลังนี้มีเอกลักษณ์มากราวกับวิมานบนสวรรค์ก็ไม่ปาน มีกลิ่นอายบรรยากาศเทพเซียน ทั้งยังมีลายเมฆด้านข้าง ซึ่งงดงามยิ่งนัก
มันทำให้เขาลืมได้อย่างง่ายดายว่าของสิ่งนี้มีไว้เพื่ออะไร
เซียวอวี้หรงดูย่ำแย่มาก เซี่ยเฉียวมองเขาอย่างเห็นอกเห็นใจ ส่วนเจียงจิ้นลู่เองก็ตกใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะสร้างความบาดหมาง เขาไม่รู้จริงๆ ว่าร้านของศิษย์พี่ใหญ่ขายของพวกนี้!
อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ศิษย์พี่เซียวก็บอกเองไม่ใช่หรือว่าร้านของศิษย์พี่ใหญ่ขายยันต์คาถา…
เขาเพียงแค่ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงได้ขายทั้งยันต์และของประดับที่งดงามเช่นนี้!
“ไม่ต้องกังวลไป ข้ารู้สึกว่าของที่เจ้าให้นี้ก็ดีเพราะความตั้งใจของเจ้า แถมยังเป็นของที่ศิษย์พี่ของเจ้าแกะสลักเองกับมือ ของสิ่งนี้จะเอาไว้ทำอะไรก็ไม่สำคัญหรอก เพียงแต่ต่อไปเจ้าต้องระมัดระวังให้มากเวลาที่ปฏิบัติกับคนอื่น” หลีซื่อเหยี่ยนไม่ได้โกรธ
แม้ว่าศิษย์ของเขาคนนี้จะมีอายุสามสิบปีแล้ว แต่ในหมู่บัณฑิตทั้งหลาย อายุของเขาก็ยังไม่นับว่ามาก หลายคนที่อายุเท่าๆ เขาก็ยังสอบอยู่เลย แต่เซียวอวี้หรงกลับได้เป็นอาจารย์แล้ว
เหตุผลที่เขามีความสามารถเช่นนี้ก็เกิดจากการทำงานหนักมาหลายปี เขาจึงอาจละเลยในเ