จ้าเห็นย่อมเป็นสิ่งธรรมดาทั่วไป”
“ศิษย์พี่ใหญ่ คำพูดพวกนั้นล้วนแต่เป็นคำพูดเกินจริงที่พวกพระและนักพรตแต่งขึ้นมาเองทั้งนั้น” เจียงจิ้นลู่ยิ้ม
รอยยิ้มของเขาค่อนข้างดูถูกเหยียดหยาม
ในคำพูดของเขาเผยความความรังเกียจอย่างลึกซึ้งต่อพระสงฆ์และนักพรตบนโลกนี้
เซี่ยเฉียวเห็นท่าทางของเขาเช่นนั้นก็รู้สึกหงุดหงิด
นางยืดหลังตรง “ศิษย์น้องหมายความว่าศิษย์พี่เป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวง ไม่มีความสามารถที่แท้จริง”
“แม้ว่าศิษย์พี่จะเป็นคนที่ศึกษาเต๋า แต่ท่านก็ไม่ทำเรื่องชั่วร้ายและหลอกหลวงคนอื่น เรื่องจุดตะเกียงและแปะยันต์นี่อาจจะช่วยให้คนสงบจิตใจลงได้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ท่านไม่ได้ทำร้ายร่างกายคนป่วยเสียหน่อย…จะไปเหมือนกันกับพระและนักพรตที่ไล่จับวิญญาณพวกนั้นได้อย่างไร” เจียงจิ้นลู่เอ่ยทันที
เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาเล็กน้อย “ข้ายังตอบคำถามก่อนหน้านี้ของเจ้าไม่จบ”
“ตอนที่ข้าขับไล่วิญญาณชั่วร้าย บางครั้งก็จะให้คนดื่มน้ำยันต์ หากวิญญาณชั่วร้ายยังไม่ถูกกำจัดไป หาหมอไปก็ไม่มีประโยชน์” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสริม
เจียงจิ้นลู่ตะลึงไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกโกรธอยู่บ้าง “ชีวิตคนเป็นเรื่องใหญ่ จะทำเป็นเล่นได้อย่างไร!”
“ศิษย์น้องรู้ได้อย่างไรว่าข้าทำเป็นเล่น เจ้าไม่เคยเห็นวิญญาณชั่วร้าย เพราะศิษย์น้องประสบการณ์น้อย โลกใบนี้กว้างใหญ่ แปลกพิสดารอย่างไรก็มี” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ และไม่ได้รู้สึกโกรธ
“หากเป็นอย่างที่ศิษย์พี่พูดก็หมาย