น่ากลัวกว่าโครงกระดูกที่ลอยอยู่บนพื้นเสียอีก
กระดูกบางๆ ผมลีบแห้งอยู่เหนือหน้าปากที่เป็นรู ใบหน้าเน่าเปื่อย เนื้อหนังคล้ายจะหลุดออกมา แต่ก็ยังเกาะติดอยู่ได้ และมีรอยแยกประมาณหนึ่ง…
รูปร่างเขาไม่สูง ร่างกายส่งกลิ่นเหม็นชวนอาเจียน มีเชือกเส้นหนึ่งแขวนไว้ที่หน้าอก บนเชือกมีกะโหลกของสัตว์เล็กๆ สองตัวที่มองไม่ออกว่าเป็นตัวอะไรห้อยอยู่
นางไม่เคยเห็นวิญญาณที่ผอมบางขนาดนี้มาก่อน ราวกับว่าตอนที่ยังมีชีวิตเขามีแต่หนังหุ้มกระดูกกระนั้น
ที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือข้างหลังของเขามีหุ่นไม้รูปคนขนาดใหญ่
หุ่นไม้นั้นไม่มีตาและจมูก แต่กลับมีพลังชั่วร้ายรุนแรงมาก ซึ่งแปลกมากจริงๆ
“ท่านพี่มองเห็นอะไรหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งรีบเอ่ยถามทันทีที่เห็นว่าสายตาของเซี่ยเฉียวจับจ้องไปที่จุดเดียว
เซี่ยเฉียวพยายามฉีกยิ้มที่แข็งทื่อเล็กน้อยออกมา “มันก็เป็น…วิญญาณที่อัปลักษณ์จนน่าตกใจ ยังมีลิ่วล้อหุ่นไม้ข้างหลังเขาด้วย”
“หุ่นไม้?” เซี่ยผิงกั่งชี้ไปยังหุ่นไม้รูปคนขนาดเท่าฝ่ามือที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ “อันนั้น? เฮอะ”
“ไม่ใช่ มันเป็นหุ่นไม้ที่ใหญ่พอๆ กับเจ้า” รอยยิ้มของเซี่ยเฉียวดูฝืดฝืนเป็นพิเศษ
เซี่ยผิงกั่งอ้าปากเล็กน้อยและมองเซี่ยเฉียวรู้สึกเห็นอกเห็นใจอย่างที่หาได้ยาก
“ปรมาจารย์โม่ลำบากแล้ว” เซี่ยผิงกั่งพูดจบก็ถอยหลังไปทันที “ข้าไม่สามารถช่วยอะไรท่านได้ ไม่ขวางทางท่านจะดีกว่า…”
เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่เขาทันที
ส่วนในเวลานี้ ใบหน้