าดภาพและการประดิษฐ์ตัวอักษรของนางก็คงจะไม่เลวด้วย”
“พวกเจ้าเก็บไว้ให้ดีก็แล้วกัน หากทำหายก็ไม่มีให้ใหม่แล้ว ต่อไปก็อย่าได้เอาออกไปให้ใครดูอีก” เซี่ยเฉียวเตือนแม่นางทั้งสอง และไม่สนใจโจวเว่ยจงอีก
เมื่อคนทั้งสองได้รู้แล้วว่าปรมาจารย์โม่นั้นเก่งกาจ เวลานี้พวกนางจึงหวงแหนมันมาก
อันที่จริงเซี่ยเฉียวยังมีแผ่นป้ายไม้อีกหลายอัน แต่ทั้งหมดอยู่ที่หอส่องชะตา
ตอนนี้นางจึงได้แต่ต้องเอาของแทนตัวอาจารย์ทั้งสองของตนเองให้แทนของขวัญขอโทษ
อย่างไรก็ตาม โจวเว่ยจงยังไม่ทันได้คืนแผ่นป้ายไปให้อวี๋เซียน เวินหลันเฉิงก็หยิบมันไปดูเสียก่อน
พอเวินหลันเฉิงเห็นภาพแกะสลักนั้น เขาก็ขมวดคิ้วทันที “รูปแบบการจัดองค์ประกอบนี้เหมือน…ปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งมากจริงๆ ผลงานของปรมาจารย์ท่านนั้นมีน้อยมากๆ ที่สำนักศึกษาหลวงก็มีภาพวาดความสุขของปุถุชนภาพหนึ่ง ซึ่งวาดออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก…”
“…” สีหน้าของเซี่ยเฉียวเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย “ปรมาจารย์โม่ชอบวาดภาพเลียนแบบมาก…”
เวินหลันเฉิงไม่เคยเห็นผลงานภาพวาดแบบเดียวกันในตลาดมาก่อน
ดังนั้นนี่จึงเป็นผลงานเกะสลักที่สร้างสรรค์ขึ้นมาโดยรูปแบบการวาดภาพของปรมาจารย์อวิ๋นเวยผู้นั้น?
หากอย่างนั้นทักษะการวาดภาพของปรมาจารย์โม่ผู้นี้ก็คงไม่ด้อยไปกว่าของปรมาจารย์อวิ๋นเวยเลยนะ?
มันจะบังเอิญอย่างนั้นได้อย่างไร ใต้หล้าจะมีปรมาจารย์ที่มีรูปแบบวิธีการที่คล้ายคลึงกันและมีความสามารถใกล้เคียงกันเชี