ูกต้องก็พอจะมองออกถึงพลังที่อ่อนแอ ดังนั้นทุกคนจึงพูดกันว่า อาจารย์อวิ๋นเวยน่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปีแล้ว ต่อไปภาพวาดในตลาดเหล่านั้นคงจะกลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่เขาทิ้งไว้บนโลกนี้อย่างแน่นอน
เซี่ยเฉียวเม้มปากยิ้มเล็กน้อย “ข้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องของอาจารย์อาเท่าไรนัก”
“ผลงานที่หลงเหลืออยู่ของอาจารย์อวิ๋นเวยนั้นยอดเยี่ยมมาก ข้าหวังว่าสักวันหนึ่งข้าจะได้เยี่ยมคารวะท่านด้วยตัวเองสักครั้ง” เวินหลันเฉิงเผยสีหน้าเคารพนับถือออกมาเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวไม่ได้พูดอะไรออกไป ‘เด็กดี ความตั้งใจของเจ้า…อาจารย์อย่างข้ารับรู้แล้ว’
“แม่นางเซี่ย หรือว่าเมื่อวานเจ้าโดนลมมากไปจนไม่สบาย ดูเหมือนหน้าเจ้าจะร้อนๆ นะ” อวี๋เซียนเป็นห่วงนางยิ่งนัก
เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาอย่างเขินอาย “พอนึงถึงอาจารย์อวิ๋นเวย ข้าก็รู้สึกชื่นชมเช่นกัน หากข้าได้พบก็คงจะตื่นเต้นหน้าแดง”
“…” อวี๋เซียนไม่เข้าใจ
ก็แค่ชายชราคนหนึ่งมีอะไรน่าดูกัน ไม่ใช่หนุ่มน้อยหล่อเหลาสง่างามเสียหน่อย
หลังจากคุยกันอีกสองสามคำ แม่นางน้อยทั้งสามก็หลับตาเพื่อพักผ่อน พอลืมตาอีกครั้งทั้งหมดก็เข้ามาถึงในเมืองแล้ว
เวินหลันเฉิงจากไปพร้อมกับว่าที่ภรรยาของเขา ส่วนอวี๋เซียนก็กลับไปที่จวนตระกูลเซี่ยทันที
มีเพียงเซี่ยเฉียวที่เดินทางไปยังหอส่องชะตาภายใต้การดูแลของโจวเว่ยจง
หลังจากที่เซี่ยเฉียวเปลี่ยนชุดนักพรตสง่างามและล้างหน้าแต่งหน้าแล้ว นางก็เลือกหยิบของดีที่เก็บไว้ออกมา และ