อยๆ ปรากฏขึ้นสาดส่องผืนดิน วิญญาณบางตนที่กลัวแสงอาทิตย์ก็พากันหลบไป ที่เหลืออยู่ก็ดูหมดพลังไป
เซี่ยเฉียวที่ได้หลับไปประมาณกว่าชั่วยามในครึ่งคืนหลังก็ยังไม่ค่อยกระปรี้กระเปร่านัก แต่ถึงอย่างไรนางก็ยังดูดีกว่าเฝิงหยิงหยิงที่นอนไม่หลับเลยสักนิด
“เฉียวเอ๋อร์พอจะรู้ไหมว่าปรมาจารย์โม่อยู่ที่ไหน” จ้าวเสวียนจิ่งถามทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วเพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง
“รู้สิ อยู่ที่หอส่องชะตา” เซี่ยเฉียวตอบไปตามเรื่อง
“เหลวไหล” เซี่ยผิงกั่งกลับโต้แย้งนางออกมาทันที “เมื่อคืนข้าไปเคาะประตูเรียกอยู่ตั้งนาน นางไม่อยู่ที่นั่นเลย ปรมาจารย์ไม่ไปไหนมาไหนไร้ร่องรอย วันนี้ก็เกรงว่าจะยังตามหานางไม่พบ…”
เซี่ยเฉียวนึกไม่ถึงว่าเซี่ยผิงกั่งจะไปหาปรมาจารย์โม่ด้วย นางคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “พี่ชายใหญ่ไปเคาะประตูตอนกลางดึก คนอื่นคงคิดว่าท่านจะไปปล้นเขาน่ะสิ คนดูแลร้านก็คงจะกลัวท่านจนไม่กล้าพูดความจริง ประเดี๋ยวข้ากับอาจารย์อวี๋และหยิงเหนียงกลับไปด้วยกัน แล้วถือโอกาสไปตามปรมาจารย์โม่มาที่นี่เสียเลย วิญญาณที่นี่ชั่วร้ายมาก รีบจัดการเสียจะดีกว่า ต่อไปจะได้ไม่ไปทำร้ายคนอื่นอีก”
จะต้องมีคนคอยเฝ้านอกป่านี้ไว้ด้วยสักจำนวนหนึ่งเผื่อว่าทายาทคนนั้นจะมาแอบพา ‘ท่านเซียน’ ออกไป
คนอื่นมองไม่เห็นวิญญาณ และวิญญาณเหล่านั้นก็ไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ หากช้าไปสักวัน ข้างนอกอาจจะมีคนตายเพิ่มขึ้นอีกก็ได้
นางยังต้องการหาตัวผู้ร้ายในทันที แต่ก