้นแล้ว
“ร้านค้าของนักพรตโม่นี้ไม่เลวเลย ทำเลก็ดี กิจการคงจะดีมากใช่หรือไม่” หยวนฉังจื่อเอ่ยถามไปเรื่อย
“ก็พอใช้ได้” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
นางไม่ได้อาศัยการค้าขายอาวุธวิเศษเพื่อเลี้ยงชีพ ยันต์สีเหลืองพวกนี้ก็ไม่ได้มีราคาสูง ต้นทุนของวัสดุก็ไม่มาก แต่ความพยายามที่นางทุ่มเทลงไปนั้นเป็นสิ่งที่คนปกติไม่เข้าใจ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงไม่ได้มีกำไรอะไรขนาดนั้น
แหล่งที่มาของเงินของนางส่วนใหญ่คือจากพวกวิญญาณและตระกูลใหญ่ อย่างเช่น หนิงเป่ยอ๋องและตระกูลหลี่พวกนั้นต่างหาก
ลูกค้าแค่ไม่กี่คน แต่นางสามารถมีกินมีใช้ไปครึ่งปี
หยวนฉังจื่อพบว่า หากเขาพูดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไร้สาระกับปรมาจารย์โม่ก็คงจะทำให้บรรยากาศเย็นชาไปเท่านั้น
เขาแอบถอนหายใจในใจและคิดว่าตนเองมีเรื่องอะไรจะพูดก็พูดไปเถิด
“ปรมาจารย์โม่ ที่ข้ามาวันนี้ก็เพราะเรื่องของตระกูลต่ง…เมื่อวานกลางดึกใต้เท้าต่งส่งคนไปหาข้าที่วัดอวี้ซวี และบอกว่าบุตรสาวของตนถูกวิญญาณตามหลอกหลอน พอวันนี้ข้าลองไปดูกลับพบว่าเป็นการใช้น้ำตาวัวแตะที่เปลือกตา ไม่ทราบว่า…มีเหตุผลอะไรสำหรับเรื่องนี้หรือไม่” หยวนฉังจื่อเอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง
“ข้าไม่สามารถใช้น้ำตาวัวนี้ได้หรือ“ เซี่ยเฉียวกลับไม่ได้ตอบคำถาม
“ย่อมใช้ได้ เพียงแต่…แม้ว่าข้าจะเป็นผู้บำเพ็ญตนคนหนึ่งก็ยังต้องรู้สึกสั่นสะท้านเมื่อได้เห็นวิญญาณเร่ร่อน แล้วนับประสาอะไรกับคนธรรมดา หากแม่นางน้อยผู้นั้นไม่ได้มีจิตที่แข็ง