้ามานานแล้ว” สีหน้าเซี่ยเฉียวแสดงความถ่อมตน
“หากข้ามีความสามารถอย่างเจ้าก็คงจะหาวิธีให้คนทั้งโลกรู้ไปนานแล้ว” ฟังมู่เสวี่ยหัวเราะออกมาทันที
จากนั้นพวกนางต่างก็ขึ้นเกี้ยวของตนเองเพื่อไปยังประตูวัง
เซี่ยเฉียวและเซี่ยซีนั่งเกี้ยวไปด้วยกัน นางมองสีหน้าของน้องสาวแล้วก็พบว่าลางร้ายลดน้อยลงไปบ้างแล้ว แต่ก็…ยังไม่หมดไป
“พี่หญิงใหญ่ แมงมุมขนตัวนั้นถูกกระทืบตายแล้ว” เกี้ยวโยกโยนไปมา สักพักเซี่ยซีก็โพล่งคำพูดออกมา
เซี่ยเฉียวนิ่งงั้นไปเล็กน้อย “ใช่แล้ว?”
“มันดูน่ารักดี” เซี่ยซีเอ่ยขึ้นอีกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“…” รู่ม่านตาของเซี่ยเฉียวหดเล็กลง นางตกใจเล็กน้อย “อะไรน่ารัก แมงมุมหรือ”
เซี่ยซีพยักหน้าเล็กน้อย
แมงมุมตัวนั้นมีสีแดงเล็กน้อย มีขนที่ขา และดวงตาของมันดูพิเศษมาก ยิ่งกว่านั้นเมื่อเทียบกับมนุษย์แล้ว ทั้งที่มันตัวเล็กขนาดนั้นแต่ก็สามารถทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปได้ น่าทึ่งมากจริงๆ
เซี่ยเฉียวเลียริมปากเล็กน้อย ทันใดนั้นนางก็พบว่าคนในครอบครัวของนางไม่มีใครปกติเลย
“ตอนนั้นพี่เห็นว่าเจ้าตกใจไม่น้อยเลยนะ” เซี่ยเฉียวพึมพำ
เซี่ยซียามอยู่ต่อหน้าเซี่ยเฉียวไม่นับว่าพูดน้อยเท่าไรนัก นางจึงตอบพี่สาวไปตามตรง “พี่สาวตระกูลเหยียน จู่ๆ ก็ผลักข้า ข้าก็เลย ตกใจ ข้ายังไม่ทันได้สติ แมงมุมตัวนั้นก็ ตายเสียแล้ว”
ดวงตาของนางถึงกับแสดงความเสียดายอย่างยิ่งออกมา
เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาทันที
บิดาของนางเป็นพวกมุทะลุบ